
สิทธิมนุษญชนในหมู่คนพาล
...สมผล ตระกูลรุ่ง
น่าเศร้าใจกับการเมืองบ้านเรา การเมืองที่นักการเมืองคิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัว การเมืองที่นักการเมืองใช้เงินซื้อทุกอย่าง การเมืองที่ผู้คนไม่เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเอง และการเมืองที่กลุ่มบุคคลใช้กฎหมู่โดยไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น
ในช่วง 34 ปีที่ผ่านมานี้ ผมเชื่อว่าคนไทยที่ไม่ใช่นักกีฬาสีและไม่ได้เป็นสาวกของสีใด คงจะรู้สึกอึดอัดใจเหมือนเป็นพลเมืองชั้นสองของประเทศนี้
ผมสงสัยเหลือเกินว่า ประเทศของเราปกครองด้วยระบบอะไร จะว่าประชาธิปไตยก็ไม่ใช่ หากมีคนบางกลุ่มบางพวกเรียกร้องหาประชาธิปไตย เราคงต้องถามให้ชัดก่อนว่าเป็นประชาธิปไตยแบบไหน
แม้นายกรัฐมนตรีที่มาจากสภาเดียวกัน แต่คนเกเรบางคนก็ยังบอกว่านายกฯ คนที่ตนเองสนับสนุน คนที่ตนเองตั้งกับมือ เป็นประชาธิปไตย แต่นายกฯ คนที่ตนไม่ได้สนับสนุน ไม่เป็นประชาธิปไตย
เราจะเรียกคนอย่างนี้ว่าอะไร
ถ้าจะเรียกว่าเป็นคนสองมาตรฐาน ก็ดูจะให้เกียรติมากเกินไป เพราะยังมีมาตรฐานอยู่บ้าง คนอย่างนี้สมควรเรียกว่าเป็นพวกไม่มีมาตรฐาน
ประชาธิปไตย ไม่ใช่การปกครองที่ดีที่สุด แต่นักการเมืองเขามักจะบอกว่า เป็นระบบการปกครองที่เลวน้อยที่สุด เท่าที่จะหาได้ในโลกใบนี้
การปกครองที่ดีที่สุด คือการปกครองโดยผู้นำที่มีคุณธรรม มีจริยธรรม มีจิตสำนึกของความถูกต้อง ถ้าประเทศใดได้ผู้นำอย่างนี้ ไม่ว่าจะปกครองด้วยระบบใด ประเทศก็เจริญ
สำหรับบ้านเมืองเรา ประเทศที่นักการเมืองท่องคาถาว่า ประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง ที่ผ่านมา การปกครองของเราอยู่ภายใต้กลุ่มบุคคลที่ใช้ถนนเป็นที่อาศัยชั่วคราว ใช้ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเกมการต่อรอง เอาคนกรุงเทพฯ เป็นตัวประกัน ไม่ว่าจะเป็นการยึดสนามบินหรือการยึดสี่แยกราชประสงค์ ก็ไม่ต่างกัน เพราะมีเป้าประสงค์อย่างเดียวกันคือ เอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเครื่องต่อรอง
และเป็นเรื่องที่น่าแปลก ที่ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งถือกฎหมายเป็นใหญ่ แต่ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้
เราเพิ่งจะเห็นการบังคับใช้กฎหมายกับคนที่ใช้กฎหมู่ ในรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เราควรจะให้กำลังใจคุณอภิสิทธิ์ที่จะสร้างมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย ฝ่ายเสื้อแดงเองก็จะได้ประโยชน์ หากมาตรฐานต่อไปของประเทศเรา สามารถบังคับใช้กฎหมายได้กับทุกกลุ่มคน
นักสิทธิมนุษยชนหรือนักวิชาการบางคนที่ไม่ต้องการเห็นความรุนแรง ผมขอตั้งคำถามหน่อยเถอะครับว่า กรณีการชุมนุมของคนเสื้อแดง ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะโจทย์คือกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ยอมเจรจา แต่ยื่นคำขาดให้นายกรัฐมนตรียุบสภาภายใน 15 วัน เพียงอย่างเดียว
ประตูการเจรจาเพื่อนำไปสู่สันติถูกปิดตายแล้ว ท่านจะให้รัฐบาลทำอย่างไร หนทางที่จะไม่เกิดความรุนแรง มีเพียง 2 ทาง คือ
1.ยอมยุบสภาตามที่กลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้อง ผลก็คือ ต่อไปนี้ถ้ามีคนรวมตัวกันได้ 1 แสนคน หาเสื้อสีใดสีหนึ่งมาใส่ แล้วทำตามสิ่งที่คนเสื้อแดงทำ เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ไม่ว่ารัฐบาลใดก็จะต้องยุบสภา เพราะจะไปปราบปรามไม่ได้ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
2.ปล่อยให้คนเสื้อแดงชุมนุมต่อไป ไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องปราบปราม เหมือนรัฐบาลคุณสมชายทำมาแล้ว นั่นแปลว่าต้องให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบทนต่อไป
เราท่องคาถาสิทธิมนุษยชนกัน 3 เวลาหลังอาหาร และใช้โดยไม่มีหลักเกณฑ์ เหมือนการอ้างสิทธิชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ เราตีความสิทธิมนุษยชนว่า ถ้ามีคนตายหรือบาดเจ็บเป็นความรุนแรง
สิทธิมนุษยชน ก็ต้องมีขอบเขต การรวมตัวกันแม้จะมือเปล่า แต่ถ้าไปปิดกั้นสิทธิของผู้อื่น บุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ยึดถนนสายธุรกิจ คนพวกนี้ไม่ควรได้รับความคุ้มครองตามสิทธิมนุษยชน
การชุมนุมของคนเสื้อแดง เห็นได้ชัดเจนว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเองใช้ความรุนแรง ทำตัวเป็นนักเลงอันธพาล จะด่าใคร จะประกาศจับใคร หรือแม้แต่ประกาศจะเอาชีวิตใครก็ได้ ทำไมนักสิทธิมนุษยชนหรือนักวิชาการทั้งหลายไม่ออกมาเรียกร้อง หรือประณาม หรือหาทางแก้ไขบ้าง
การบังคับใช้กฎหมายกับคนที่ทำผิดกฎหมายย่อมต้องเกิดความเสียหายบ้าง เป็นธรรมดา ปัญหาอยู่ที่วิธีการที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้นั้นพอสมควรแก่เหตุหรือไม่
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ให้สิทธิประชาชนทั่วไปที่จะป้องกันตนเองได้ หากมีใครจะเข้ามาทำร้ายเรา กฎหมายให้สิทธิเราป้องกันตนเองได้ในบางเหตุการณ์อาจฆ่าคนที่จะมาทำร้ายเราได้โดยไม่ผิดกฎหมายหากอยู่ในพฤติการณ์ที่มีเหตุอันสมควร
คนเสื้อแดงชุมนุมโดยผิดกฎหมาย แต่ทหารที่เข้าสลายการชุมนุมที่ผิดกฎหมายกลับไม่มีสิทธิป้องกันตนเอง ห้ามใช้อาวุธ ใช้ได้เพียงโล่ปกป้องตนเองเท่านั้น ใครที่ได้ดูภาพทางโทรทัศน์จะเห็นว่าทหารต้องวิ่งหนีคนเสื้อแดงอย่างไร้ศักดิ์ศรี
คนที่สั่งการเช่นนี้ควรจะต้องรับผิดชอบ การปราบปรามโจรหรือกลุ่มคนอันธพาลจะใช้วิธีการอย่างสุภาพบุรุษไม่ได้ จะเรียกร้องให้ใช้สิทธิมนุษยชนไม่ได้ ต้องทำอย่างเหมาะสม
ความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีใครต้องการเห็น ไม่มีใครต้องการให้คนไทยฆ่ากันเอง
จะมีก็เพียงคนที่หน้าเหมือนไทย แต่หัวใจมหาโจร โหดเหี้ยมอำมหิต ที่ใช้ทุกวิถีทางให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยหวังประโยชน์ของตนเองเพียงอย่างเดียว
ศึกครั้งนี้ แม้คุณอภิสิทธิ์จะพยายามไม่เข้าไปเป็นฝ่ายกับใคร แต่ก็ถูกชายหน้าเหลี่ยมสัญชาติมอนเตเนโกร ที่ปรึกษารัฐบาลเขมร ดึงเข้าไปให้อยู่ตรงข้าม เข้าไปเป็นคู่กรณีกับคนเสื้อแดง
ศึกครั้งนี้ไม่มีใครได้ชัยชนะที่แท้จริง คุณทักษิณก็ไม่ชนะ เพราะมาตรฐานนี้จะตามหลอกหลอนรัฐบาลของคุณทักษิณต่อไปอีก รัฐบาลก็พ่ายแพ้ ประชาชนก็พ่ายแพ้ ประเทศไทยก็พ่ายแพ้
คนชนะมีเพียงกลุ่มเดียว คือกลุ่มสะตอที่รับจัดงานอีเวนต์และกลุ่มรับจ๊อบ เพราะไม่ว่าศึกครั้งนี้ ผลจะเป็นอย่างไร คนพวกนี้ยังคงสู้แล้วรวยเสมอ







