
เร่งแก้หนี้ครัวเรือน
หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณมานานให้รัฐบาลระวังปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ก่อตัวและเริ่มสูงขึ้นมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณมานานให้รัฐบาลระวังปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ก่อตัวและเริ่มสูงขึ้นมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
ล่าสุด ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้า ก็ออกมายืนยันสัญญาณของ ธปท. ด้วยผลสำรวจเกี่ยวกับการก่อหนี้ครัวเรือนของคนไทย ที่เพิ่งสำรวจเมื่อวันที่ 1823 มิ.ย.ที่ผ่านมา
โดยข้อเท็จจริง คนไทยหรือใครก็ตามในโลกนี้ ล้วนมีหนี้สินติดตัวไม่มากก็น้อย ไม่เป็นหนี้บ้าน ก็หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ
แต่ที่น่าห่วง คือ ผลสำรวจที่ออกมาแสดงให้เห็นว่า คนไทยมีการก่อหนี้สูงเฉลี่ยครัวเรือนละ 1.88 แสนบาท เพิ่มขึ้นถึง 12% ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวสูงสุดในรอบ 7 ปี จากปกติที่จะขยายตัวด้วยเลขหลักเดียวเท่านั้น นอกจากนี้คนไทยกว่าครึ่งประเทศ หรือ 64.6% ล้วนมีการกู้หนี้ยืมสิน ถือเป็นสัดส่วนที่สูงสุดในรอบ 7 ปีอีกด้วย
การกู้หนี้ที่สูงขึ้นมากเช่นนี้ จะเป็นไปไม่ได้ถ้าไม่มีนโยบายของรัฐชี้นำ ทั้งนโยบายรถคันแรก บ้านหลังแรก บัตรเครดิตชาวนา ที่ใช้นโยบายภาษีและอัตราดอกเบี้ยไปกระตุ้นให้เกิดความต้องการกู้มาซื้อ โดยที่รัฐบาลไม่มีนโยบายสร้างรายได้จากภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงมารองรับ ผลคือเมื่อเศรษฐกิจซบเซา ขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ผู้กู้เหล่านี้จึงประสบชักหน้าไม่ถึงหลังทันที
ที่น่าตกใจและน่าเป็นห่วง คือ การสนับสนุนการก่อหนี้ของรัฐบาลไม่ว่าจะโดยทางตรงหรืออ้อม อาจนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรมและความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นการก่อหนี้นอกระบบในอัตราที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 1.5 หมื่นบาท
เป็นที่รู้กันว่า บรรดาผู้ให้กู้นอกระบบนั้น มีระบบการติดตามทวงหนี้ที่รุนแรงและไม่ประนีประนอม กลุ่มนี้จึงสุ่มเสี่ยงต่อการถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินจากการที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้
อีกกลุ่มหนึ่งที่น่าห่วงก็คือ เกษตรกรชาวนาที่เคยได้รับราคาจำนำข้าวสูงถึงตันละ 1.5 หมื่นบาท และเริ่มก่อหนี้เพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถไถ รถเครื่อง ฯลฯ และอยู่ระหว่างการผ่อนชำระหนี้ การลดราคาจำนำลงมาจะทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้ประสบปัญหาทันที
แต่ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่ใส่ใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งที่ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องทบทวนนโยบายการดำเนินเศรษฐกิจทั้งระบบ ไม่มุ่งเน้นการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนเพียงด้านเดียว
เพราะหากภาคเศรษฐกิจแท้จริงของไทยไม่สามารถขยายตัวได้ ปัญหาการตกงานจะตามมา
นั่นจะยิ่งซ้ำเติมคนไทยที่มีหนี้ให้หนักหนามากขึ้น







