posttoday
แค่ขอโทษไม่พอ

แค่ขอโทษไม่พอ

22 มิถุนายน 2556

ถือเป็นความกล้าหาญที่ทำให้บรรดาเหล่ารัฐมนตรีและ สส.ที่เป็นชายอกสามศอกต้องได้อาย

ถือเป็นความกล้าหาญที่ทำให้บรรดาเหล่ารัฐมนตรีและ สส.ที่เป็นชายอกสามศอกต้องได้อาย เมื่อนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้นำหญิงของไทย เอ่ยปากขอโทษชาวนาที่ปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกลงจากตันละ 1.5 หมื่นบาท เนื่องจากรัฐบาลต้องรักษาสมดุลหลายอย่าง

การเอ่ยปากขอโทษประชาชนในยามนี้ของนายกรัฐมนตรีอาจทำให้หลายคนให้อภัยในการแสดงความรับผิดชอบของผู้นำที่กล้าทำกล้ารับแต่คำขอโทษแค่นั้นอาจจะไม่เพียงพอกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ผู้นำรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพรรคเพื่อไทยต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ เพราะนโยบายรับจำนำข้าวในราคาที่สูงกว่าตลาดเพื่อชี้นำราคานั้น ได้มีเสียงทักท้วงจากหลายฝ่ายมาตั้งแต่ต้นว่ารังแต่จะสร้างความเสียหายแก่ประเทศ เพราะเท่ากับว่ารัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระข้าวทั้งหมดมาอุ้มไว้ เพราะจะต้องซื้อขาด หากบริหารผิดพลาดจะพาประเทศเจ๊งมหาศาล โดยไม่อาจชี้นำราคาได้

แต่แกนนำของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยที่ยึดหลักการ ทักษิณคิดเพื่อไทยทำ ยืนยันมาตลอดว่าการจำนำเกินราคาตลาดสามารถทำได้

ท้ายที่สุด รัฐบาลต้องจำนนกับตัวเลขการใช้เงินไปแล้วจำนวนมหึมาเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายประเทศ และจำนนกับผลขาดทุนจำนวนมหาศาลจนต้องประกาศปรับลดราคาลงมาทำให้ชาวนาที่ได้ลงทุนและวางแผนการผลิตเดือดร้อนทั่วประเทศ

ที่สำคัญ การตัดสินใจลดราคาจำนำข้าวลงมาจนชาวนาเดือดร้อนของรัฐบาลนั้น ไม่ได้มาจากสำนึกหรือการยอมรับในความผิดพลาดทางนโยบาย หรือความผิดพลาดในการนำนโยบายไปปฏิบัติ หากแต่เกิดจากการติดขัดในข้อกฎหมายการก่อหนี้จนชนเพดานและไม่สามารถหาเงินมาจ่ายให้กับเกษตรกรชาวนาที่นำข้าวออกมาจำนำ

คำขอโทษของผู้นำรัฐบาลจึงไร้ค่าสำหรับประชาชน หากไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาที่แท้จริงของการรับจำนำข้าวเกินราคาตลาด

เพราะปัญหาของการรับจำนำข้าวจะยังอยู่กับประเทศนี้อีกต่อไปในเมื่อขั้นตอน กระบวนการรับจำนำ การระบายข้าวยังเหมือนเดิม

ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเข้ามาวิเคราะห์ สังเคราะห์ปัญหา และประมวลผลถึงความล้มเหลวของโครงการนี้อย่างเป็นระบบตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การออกใบประทวนเพื่อรับข้าวเปลือกจากชาวนา การสีแปร การเก็บรักษาข้าว ตลอดจนการระบายสต๊อกข้าว ทุกกระบวนการต้องมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพเยี่ยงมืออาชีพ จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้

รัฐบาลจะต้องคิดแบบนักธุรกิจที่จะต้องรู้และมีการวางแผนล่วงหน้าว่า จำนวนข้าวออกมาจำนวนเท่าใด รับจำนำมาแล้วเท่าไหร่ จะระบายข้าวออกไปอย่างไร จังหวะไหน หากขายไม่ได้จะทำอย่างไรกับสต๊อกข้าวซึ่งจะเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าปกติ และทำอย่างไรให้กลไกราคาทำงาน

ขณะเดียวกัน ก็ต้องปรับปรุงทุกกระบวนการให้โปร่งใส รอบคอบ เพื่อให้เม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ตกถึงมือชาวนาตัวจริงอย่างแท้จริง ไม่ใช่เงินจำนำข้าวไปตกอยู่ในมือของโรงสี โกดัง พ่อค้าข้าว เช่นปัจจุบันนี้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน