
จำนำจนอ่วม
รัฐบาลจำนนกู้ชนเพดานหนี้สาธารณะครม.เร่งประกาศลดราคาหลังส่อขัดกม.ขาดทุนทันทีจากสต๊อกร่วม2.3หมื่นล้าน
รัฐบาลจำนนกู้ชนเพดานหนี้สาธารณะครม.เร่งประกาศลดราคาหลังส่อขัดกม.ขาดทุนทันทีจากสต๊อกร่วม2.3หมื่นล้าน
รัฐบาลจำนนผลขาดทุนข้าว ทำให้การก่อหนี้ในปีนี้ชนเพดานกฎหมาย ต้องลดราคา
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติลดราคาจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/2556ลงจากตันละ 1.5 หมื่นบาท เหลือตันละ 1.2 หมื่นบาท เริ่มวันที่ 30มิ.ย.นี้ และจำกัดการรับจำนำต่อครัวเรือนไม่เกิน 5 แสนบาท ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.นี้ เพราะกังวลผลขาดทุนที่มากขึ้นจะกระทบเพดานหนี้รัฐบาล
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้แจ้งให้รัฐบาลทราบถึงผลขาดทุนจำนำข้าวจำนวนมากและเกินกว่าที่คาดหมายไว้กระทบต่อเพดานการก่อหนี้ตามกฎหมาย
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กล่าวว่า กฎหมายหนี้สาธารณะกำหนดไว้ว่ากระทรวงการคลังสามารถค้ำประกันเงินกู้และกู้เงินมาให้หน่วยงานอื่นยืมต่อจะต้องไม่เกิน 20% ของงบประมาณรายจ่ายในแต่ละปี ซึ่งในปีงบประมาณ 2556 กู้เต็มเพดานแล้ว ไม่สามารถค้ำเงินกู้มาใช้จำนำข้าวได้อีก
น.ส.จุฬารัตน์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2556 งบประมาณรายจ่ายอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท จึงสามารถค้ำเงินกู้ให้หน่วยงานอื่นยืมต่อได้แค่ 4.8 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นใช้ดูแลพืชผลเกษตร 2.24 แสนล้านบาท อีก 2.56 แสนล้านบาทกู้เงินให้รัฐวิสาหกิจลงทุนต่อ
นายสมพร อิศวิลานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าว สถาบันคลังสมองแห่งชาติ กล่าวว่า การลดราคาจำนำเหลือตันละ 1.2 หมื่นบาท นอกจากจะทำให้ราคาข้าวในตลาดลดลงมาอยู่ที่ 1.3 หมื่นบาท
ขณะเดียวกันก็กระทบต่อข้าวสารในสต๊อกที่รัฐบาลเก็บไว้ โดยในทุก 1 ล้านตัน จะขาดทุนเพิ่ม 2,300 ล้านบาท หากรัฐบาลมีข้าวสารในสต๊อก 10 ล้านตัน ก็จะขาดทุนเพิ่มทันที 2.3 หมื่นล้านบาท
ข้อสังเกตดังกล่าวตรงกับรายงานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2556 ที่ระบุว่า การลดราคารับจำนำข้าวลงมาจะกระทบต่อราคาตลาดในประเทศและราคาส่งออก ทั้งส่วนที่ได้ระบายไปแล้วและที่กำลังส่งมอบ ผู้ซื้ออาจขอเจรจาปรับราคาลงได้ ขณะเดียวกันต้องพยายามไม่ให้ขาดทุนปีละ 7 หมื่นล้านบาท







