posttoday
นโยบายจำนำข้าวร้อนระอุ

นโยบายจำนำข้าวร้อนระอุ

19 มิถุนายน 2556

หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล ได้รายงานถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับนโยบายรับจำนำข้าวของประเทศไทยว่า กำลังสร้างปัญหาอย่างหนักให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังจากที่มีแรงกดดันให้เปิดเผยตัวเลขขาดทุนมหาศาล ในขณะเดียวกับที่รัฐบาลเพิ่งเสียเก้าอี้ สส. ใน กทม. และกำลังเผชิญหน้ากับการประท้วงของกลุ่มหน้ากากขาว

หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล ได้รายงานถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับนโยบายรับจำนำข้าวของประเทศไทยว่า กำลังสร้างปัญหาอย่างหนักให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังจากที่มีแรงกดดันให้เปิดเผยตัวเลขขาดทุนมหาศาล ในขณะเดียวกับที่รัฐบาลเพิ่งเสียเก้าอี้ สส. ใน กทม. และกำลังเผชิญหน้ากับการประท้วงของกลุ่มหน้ากากขาว

โครงการดังกล่าวถูกวิจารณ์ว่า เป็นการสานต่อแนวทางประชานิยมที่เคยมีในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยรับซื้อราคาสูงกว่าราคาตลาดถึง 50% และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ประเทศไทยต้องเสียแชมป์ประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อประเทศคู่แข่งขายในราคาที่ต่ำกว่า และทำให้ไทยมีข้าวค้างสต๊อกถึง 17 ล้านตัน

รัฐบาลยังต้องเผชิญปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่โยงใยกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่บริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เตือนว่าอาจต้องปรับลดอันดับเครดิตของไทยลงอันเนื่องมาจากการขาดทุนจำนำข้าว และทำให้บรรดารัฐมนตรีต้องออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่าตัวเลขขาดทุนนั้นอาจพุ่งไปถึง 2.6 แสนล้านบาท

ล่าสุด รัฐบาลยังต้องพ่ายแพ้การเลือกตั้งซ่อม สส.เขตดอนเมือง ให้กับผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนับเป็นการเสียเก้าอี้ครั้งแรกในรอบ 37 ปี แม้จะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสภา ทว่าก็จะเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลอย่างแน่นอน ขณะที่รัฐบาลยังต้องเผชิญการประท้วงจากกลุ่มหน้ากากขาวด้วย

ทั้งนี้ แรงกดดันต่อนโยบายจำนำข้าวก็ทำให้ชาวนาบางส่วนรู้สึกไม่สบายใจ โดย สมศักดิ์ ซึ่งเป็นชาวนาวัย 63 ปี จาก จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า รู้ดีว่านโยบายดังกล่าวทำให้ไทยแข่งขันไม่ได้ และรัฐบาลขายข้าวไม่ออก แต่เมื่อได้คุยกับชาวนารายอื่นให้เตรียมตัวหากรัฐบาลยกเลิกนโยบายนี้ ก็กลับไม่มีใครสนใจ

ดาร์เรน คูเปอร์ส นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสภาธัญพืชระหว่างประเทศ ให้ความเห็นว่า ไทยจะเผชิญปัญหาข้าวล้นสต๊อก หากไม่ยอมขายในราคาที่ถูกลง ขณะที่องค์การคลังสินค้าได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่าการเก็บข้าวให้คงสภาพดีนั้น จะต้องใช้เงินถึง 300 ล้านบาทต่อเดือน

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานถึงการใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตในเด็กนักเรียนไทยว่า แท็บเล็ตกำลังเปลี่ยนห้องเรียนปกติให้กลายเป็นยุคดิจิตอลไปแล้ว แม้แต่ในกลุ่มเด็กชาวเขาในพื้นที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งยังพูดและเขียนภาษาไทยไม่คล่อง และส่วนใหญ่ยังไม่มีไฟฟ้าเข้าถึงตามบ้าน ทว่าเด็กเหล่านี้ก็มีโอกาสเข้าถึงแท็บเล็ตตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติของไทย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าคอมพิวเตอร์เหล่านี้ไม่สามารถรับประกันได้ว่า จะช่วยยกระดับมาตรฐานการศึกษาของไทย

จองฮวี ปาร์ก ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษาจากองค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ ให้ความเห็นว่า แท็บเล็ตเป็นเพียงเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะใช้เครื่องมือนั้นอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมแนะนำให้รัฐบาลหันมาตระหนักถึงวิธีการใช้ให้บรรลุวัตถุประสงค์

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้