
ฝ่ายค้านซัดรัฐบาลแก้ตัวเลขขาดทุนข้าว
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันตัวเลขการขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวไม่ถึง 2.6 แสนล้านบาท และมีความผิดพลาดในการลงบัญชีข้าวของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ว่า ถือว่ารัฐบาลกำลังแก้ไขตัวเลขการขาดทุน โดยหากมีการปิดบัญชี ณ วันที่ 31 พ.ค. 2555 ที่ขณะนั้นมีผลขาดทุน 2.06 แสนล้านบาท เมื่อรวมค่าบริหารจัดการ 3.3 หมื่นล้านบาท และค่าเสื่อมสภาพข้าวประมาณ 2 หมื่นล้านบาท รวมแล้ว 5.3 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 25% ของมูลค่าข้าว แต่เราคิดให้ประมาณ 20% จะทำให้ขาดทุนรวม 2.6 แสนล้านบาท
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันตัวเลขการขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวไม่ถึง 2.6 แสนล้านบาท และมีความผิดพลาดในการลงบัญชีข้าวของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ว่า ถือว่ารัฐบาลกำลังแก้ไขตัวเลขการขาดทุน โดยหากมีการปิดบัญชี ณ วันที่ 31 พ.ค. 2555 ที่ขณะนั้นมีผลขาดทุน 2.06 แสนล้านบาท เมื่อรวมค่าบริหารจัดการ 3.3 หมื่นล้านบาท และค่าเสื่อมสภาพข้าวประมาณ 2 หมื่นล้านบาท รวมแล้ว 5.3 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 25% ของมูลค่าข้าว แต่เราคิดให้ประมาณ 20% จะทำให้ขาดทุนรวม 2.6 แสนล้านบาท
แต่ปรากฏว่า ขณะนี้พบว่ารัฐบาลกำลังจะแก้ไขตัวเลข โดยการอ้างว่าการรับจำนำในรอบที่ 3 ข้าวเปลือกฤดูกาล 2555/2556 ที่ขาดทุน 8.4 หมื่นล้านบาท มีความผิดพลาดในการลงบัญชีเรื่องข้าวเหลือที่ค้างลงบัญชีอีก 2.5 ล้านตัน ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยว่ามืออาชีพที่ทำงานดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ จะมีความผิดพลาดขนาดนี้เลยหรือ
รศ.สมพร อิศวิลานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าว สถาบันคลังสมองแห่งชาติ ประเมินว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล 3 ฤดูกาล ที่ซื้อแพงขายข้าวถูกจะมีเงินหายไป 194,510 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าดูแลรักษาสภาพข้าว ค่าเช่าโกดัง และค่าดอกเบี้ยประมาณ 1.12 หมื่นบาทต่อตันต่อปี ตลอดจนค่าเสื่อมสภาพตามมูลค่าข้าวที่จะลดลงทุกปี
“รัฐจำนำข้าวเปลือกตันละ 1.5 หมื่นบาท หากสีแปลงเป็นข้าวสารจะมีราคาตันละ 23,577 บาท ราคาตลาดที่ซื้อขายกันอยู่ที่ 1.53 หมื่น บาทต่อตัน แต่จริงๆ แล้วรัฐจะต้องขายออกต่ำกว่าราคานี้อาจอยู่ที่ 1314 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งใน 3 ฤดูกาลได้ข้าวสาร 23.5 ล้านตัน จะมีเงินหายไปจากการซื้อแพงขายถูกประมาณ 194,510 ล้านบาท”รศ.สมพร ระบุ
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า สถานการณ์การส่งออกข้าวไทยจากเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ ในช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.พ.ค.) 2556 ไทยส่งออกข้าวได้ 2.5 ล้านตัน มูลค่า 1,794 ล้านเหรียญสหรัฐ ราคาส่งออกเฉลี่ยตันละ 715 เหรียญสหรัฐ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปริมาณและมูลค่าส่งออกลดลง 14.70% และ 8.90% ตามลำดับ แต่ราคาส่งออกเฉลี่ยในรูปเงินเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.80% โดยกระทรวงพาณิชย์กำหนดเป้าหมายการส่งออกข้าวปีนี้ที่ 8.5 ล้านตัน มูลค่า 5,700 ล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศคู่แข่งข้าวรายสำคัญของไทย ทั้งอินเดียและเวียดนามแข่งกันลดราคาขายข้าวในตลาดโลกอย่างหนัก โดยราคาข้าวสารขาว 5% ของอินเดียขายที่ตันละ 445 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 25% ตันละ 400 เหรียญสหรัฐ ส่วนเวียดนาม ข้าวขาว 5% ตันละ 370 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 10% ตันละ 365 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 15% ตันละ 360 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 25% ตันละ 350 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ข้าวขาว 5% ของไทยตันละ 532 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 10% ตันละ 525 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 15% ตันละ 530 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 25% ตันละ 527 เหรียญสหรัฐ โดยสาเหตุที่ทั้งสองประเทศแข่งกันลดราคาขายข้าว เพราะปีนี้อินเดียมีปริมาณสต๊อกข้าวอยู่กว่า 30 ล้านตัน และยังมีผลผลิตฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะออกสู่ตลาดอีกมากเช่นเดียวกับเวียดนาม จึงจำเป็นต้องลดราคาขายลงเพื่อระบายสต๊อกข้าวออกให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ตั้งข้อสังเกตว่า กรณีที่ทั้งสองประเทศแข่งกันลดราคาข้าวเช่นนี้ เป็นการสร้างความปั่นป่วนในตลาดข้าวโลก และฉุดให้ราคาข้าวประเทศอื่นๆ ตกต่ำลงไปด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังทำให้ผู้ซื้อเห็นว่าราคาข้าวไทยสูงกว่า 2 ประเทศมาก ทั้งที่ขณะนี้ราคาข้าวไทยต่ำแล้ว โดยเดือน พ.ค.ข้าวขาว 5% ของไทยตันละ 556 เหรียญสหรัฐ
ด้านสำนักงานการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ รายงานว่า เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงการค้าข้าวกับรัฐบาลกัมพูชา โดยฟิลิปปินส์จะนำเข้าข้าวจากกัมพูชาในช่วงเวลา 2 ปีข้างหน้า โดยที่ผ่านมาฟิลิปปินส์มีข้อตกลงการค้าข้าวกับไทยและเวียดนามเท่านั้น ส่วนการนำเข้าของฟิลิปปินส์เพื่อสำรองไว้ใช้ในช่วงขาดแคลนระหว่างเดือน ก.ค.ก.ย.ของทุกปี โดยปีนี้จะนำเข้า 1.87 แสนตัน







