
ใครจะทนกว่ากัน
สภาพตลาดทุนโลกตอนนี้ต้องบอกว่าสุดระทึกครับ หลังจากที่ตลาดหุ้นโลกร่วงกันเป็นใบไม้ ตลาดญี่ปุ่นร่วงไปกว่า 6% เมื่อวานนี้ ติดกัน 3 วันตกไปเกินกว่า 10% แล้ว ยิ่งตลาดหุ้นวอลสตรีท ดาวโจนส์ร่วงติดกัน 3 วัน เมื่อวานนี้ร่วงไปมากกว่า 120 จุด ถือว่ามากที่สุดในรอบปีนี้ทีเดียว
สภาพตลาดทุนโลกตอนนี้ต้องบอกว่าสุดระทึกครับ หลังจากที่ตลาดหุ้นโลกร่วงกันเป็นใบไม้ ตลาดญี่ปุ่นร่วงไปกว่า 6% เมื่อวานนี้ ติดกัน 3 วันตกไปเกินกว่า 10% แล้ว ยิ่งตลาดหุ้นวอลสตรีท ดาวโจนส์ร่วงติดกัน 3 วัน เมื่อวานนี้ร่วงไปมากกว่า 120 จุด ถือว่ามากที่สุดในรอบปีนี้ทีเดียว
ต้องบอกว่าเป็นกระแสย้อนกลับจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาทีเดียว ที่ตลาดหุ้นเคยขึ้นเอาๆ
สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ การเทขายของนักลงทุนทั่วโลกในครั้งนี้ เป็นสัญญาณบ่งบอกให้เห็นถึงภาวะการเสพติดการกระตุ้นเศรษฐกิจของนักลงทุนโลก เมื่อไม่มีเงินไหลออกมาจากภาครัฐ นักลงทุนก็ย่อมเทขาย
จะโทษใครดีระหว่างภาครัฐ ที่รู้ทั้งรู้แต่ก็ทยอยเทเงินออกมาให้นักลงทุนโกยกัน โดยที่เงินลงไปไม่ถึงเศรษฐกิจภาคจริงเสียเท่าไหร่
นี่แหละครับ สภาพเศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบันที่การเติบโตของตลาดลงทุนไม่ได้สะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจภาคจริงแม้แต่น้อย
การเทขายตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ถือเป็นแรงต้านที่ออกมาจากตลาดหุ้นที่ส่งสัญญาณไปยังธนาคารกลางครับว่า ถ้ายังไม่เทเงินออกมา ตลาดก็จะร่วงยาวลงไปอีก ซึ่งไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อไหร่
ก็นับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณบอกว่าจะลดปริมาณคิวอี 3 ประกอบกับธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ยังไม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ออกมา และธนาคารกลางยุโรปก็บอกว่าไม่มีมาตรการใหม่ๆ แน่นอน
ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับว่าตลาดจะร่วงลงไปอีกเท่าไหร่ ต้องรอคอยดูกันว่าใครจะอึดกว่ากันระหว่างนักลงทุนและธนาคารกลาง
สัปดาห์หน้า ธนาคารกลางสหรัฐจะเปิดการประชุมคณะกรรมการผู้กำหนดนโยบายในวันที่ 18 มิ.ย. ต้องรอดูว่าเฟดจะมีท่าทีมีสัญญาณส่งอะไรออกมาบ้าง
ถ้าเฟดส่งสัญญาณออกมาว่ามีโอกาสลดวงเงินคิวอีสูง หรือประกาศลดคิวอีทันที รับรองป่วนทั้งโลกครับ
แต่ถ้าเฟดบอกว่ายังคงยืนกรานใช้คิวอีต่อไป ตลาดทุนก็น่าจะได้หายใจกันอีกยาวๆ
แต่ที่แน่ๆ สำหรับตลาดเอเชียตอนนี้ทุนกำลังไหลออกไม่หยุด สกุลเงินของหลายชาติกำลังร่วงกันแบบไม่ยั้ง
อินโดนีเซีย อินเดีย เลยไปถึงในอเมริกาใต้อย่างบราซิล เจอปัญหานี้กันหมดครับ ต่างก็ต้องเร่งรีบหามาตรการสกัดค่าเงินอ่อนเกินไปกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะขึ้นดอกเบี้ย หรือขายดอลลาร์ทิ้ง
เศรษฐกิจโลกต้องบอกว่าไม่แน่ไม่นอนจริงๆ เพราะโลกปล่อยให้นักลงทุนที่แสวงหาแต่กำไรในตลาดลงทุนลวงเป็นผู้ควบคุมกุมชะตาโลก
แทนที่จะเป็นเศรษฐกิจภาคจริงที่มีการผลิต การใช้จ่ายจริง ที่ควบคุมชะตาโลกเหมือนแต่ก่อนครับ







