
ครม.สัญจรสิ้นมนต์ขลัง
การประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 89 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งที่ 10 ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
โดย...บากบั่น บุญเลิศจตุพล สันตะกิจ
การประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 89 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งที่ 10 ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรรอบนี้ อนุมัติงบประมาณรวม 72,270 ล้านบาท เพื่อพัฒนาภาคเหนือตอนล่าง 2 รวม 199 แผนงาน
ในจำนวนนี้ มีโครงการที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที 22 โครงการ วงเงิน 512 ล้านบาท ที่ประชุมมีมติจึงมอบหมายให้แต่ละจังหวัดเร่งจัดทำรายละเอียดเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2556 ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสำนักงบประมาณเร่งพิจารณาเพื่อจัดสรรงบ
เห็นมติแล้วต้องบอกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่
แต่ในความเป็นจริงแล้ว การประชุม ครม.สัญจร ที่เปรียบเสมือนการจุดประกายความหวังให้ประชาชนในพื้นที่เป็นการขายฝันมากกว่าการปฏิบัติจริง
“ไปประชุมกันสบายๆ พอพูดเสร็จก็นั่งรถกลับ หรือนั่งเครื่องบินกลับ ประชาชนเขารอความหวัง สส.ก็รับปากรับคำกับพี่น้องประชาชนว่า ฯพณฯ นายกฯ มาอย่างไรก็ได้งบประมาณ ต้องพูดอย่างนี้ ไม่งั้นเดี๋ยวชาวบ้านไม่ใส่คะแนนให้ ชาวบ้านเขาก็หวัง รอแล้วรอเล่า มันก็ไม่ได้โครงการ เงินไม่ได้ไปซักบาท” “ปู่ชัย” ชัย ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2557 ในรัฐสภา เพื่อทวงถามความคืบหน้าเบิกจ่ายเงินที่ ครม.สัญจร รวม 9 ครั้ง วงเงินนับล้านล้านบาท
การอภิปรายของปู่ชัย โดนใจบรรดา สส.และประชาชนต่างจังหวัดไม่น้อย
เนื่องเพราะ นับตั้งแต่การประชุม ครม.สัญจร ครั้งแรกที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อ 15 ม.ค. 2555 จนถึงครั้งที่ 10 ที่ จ.กำแพงเพชร เงินที่ ครม.อนุมัติไป แทบไม่มีเม็ดเงินจริงลงพื้นที่
เม็ดเงินที่ ครม.ตั้งใจจะอนุมัติโปรยหว่านออกไปกลายเป็นข้อกังขา ข้อคาใจของชาวบ้านว่างบที่ ครม.อนุมัตินั้นเป็นแค่ “คำหวานและการขายฝัน” เท่านั้น
ทั้งๆ ที่ทุกครั้งที่มีการประชุม ครม.สัญจรเป็นงานใหญ่ในพื้นที่ เพราะนี่คือ “ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง”
แต่หากไล่เรียงการประชุม ครม.สัญจร 9 ครั้ง พบว่า ครม.อนุมัติหลักการโครงการของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด 65 จังหวัด 2,474 โครงการ จะพบว่ามีกรอบวงเงินที่อนุมัติไปถึง 1.01 ล้านล้านบาท
ทว่าในทางปฏิบัติกลับพบว่า มีการอนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินโครงการที่มีความพร้อมแค่ 308 โครงการ เม็ดเงินแค่ 8,112 ล้านบาทเท่านั้น
ในจำนวนนี้ เป็นมติจาก ครม.สัญจร ครั้งที่ 1 จ.เชียงใหม่ เห็นชอบโครงการ/แผนงาน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 128 โครงการ วงเงิน 3.87 แสนล้านบาท แต่อนุมัติงบกลางสำหรับโครงการที่มีความพร้อมแค่ 1,650 ล้านบาท
ครม.สัญจร ครั้งที่ 2 จ.อุดรธานี มีมติเห็นชอบโครงการ/แผนงานจังหวัดอีสาน 12 จังหวัด 190 โครงการ วงเงิน 1.87 แสนล้านบาท แต่อนุมัติงบกลางไปแค่ 1,597.75 ล้านบาท
ครม.สัญจร ครั้งที่ 3 จ.ภูเก็ต เห็นชอบโครงการและแผนงานจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด 117 โครงการ 8.40 หมื่นล้านบาท แต่อนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินโครงการที่มีความพร้อมจริง 628 ล้านบาท
ครม.สัญจร ครั้งที่ 4 จ.กาญจนบุรี เห็นชอบโครงการ/แผนงานภาคกลางตอนล่าง 8 จังหวัด 203 โครงการ 3.31 หมื่นล้านบาท แต่อนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินโครงการที่มีความพร้อมจริง 1,041.43 ล้านบาท
ครม.สัญจร ครั้งที่ 5 จ.ชลบุรี เห็นชอบโครงการ/แผนงานภาคตะวันออก 4 จังหวัด 115 โครงการ 1.76 หมื่นล้านบาท และอนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินโครงการที่มีความพร้อมจริง 516.9 ล้านบาท
ครม.สัญจร ครั้งที่ 6 จ.สุรินทร์ เห็นชอบโครงการ/แผนงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 8 จังหวัด 344 โครงการ รวม 1.22 แสนล้านบาท แต่อนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินโครงการที่มีความพร้อมจริง 1,020.38 ล้านบาท
ครม.สัญจร ครั้งที่ 7 จ.สุราษฎร์ธานี เห็นชอบโครงการ/แผนงานภาคใต้อ่าวไทย 4 จังหวัด 96 โครงการ 4.02 หมื่นล้านบาท และอนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินโครงการที่มีความพร้อม 517.34 ล้านบาท
ครม.สัญจร ครั้งที่ 8 จ.อุตรดิตถ์ เห็นชอบโครงการ/แผนงานภาคเหนือตอนล่าง 5 จังหวัด 78 โครงการ 5.13 หมื่นล้านบาท และอนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินโครงการที่มีความพร้อม 617.70 ล้านบาท
และ ครม.สัญจร ครั้งที่ 9 จ.ฉะเชิงเทรา เห็นชอบโครงการ/แผนงานภาคกลางตอนกลาง 5 จังหวัด 203 โครงการ 9.17 หมื่นล้านบาท แต่อนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินโครงการที่มีความพร้อม 522.85 ล้านบาท
นี่คือความจริงอันเจ็บปวดในหัวใจของประชาชนต่างจังหวัดจากการที่พระยาเหยียบเมือง
“งบครม.สัญจรทั้งหมดเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท สำนักงบประมาณ จัดสรรให้ทั้งหมดแล้ว และมีการเบิกจ่ายไปแล้ว แต่ที่บอกว่าชาวบ้านยังไม่ได้งบ ไม่ได้โครงการ ก็ไม่จริง แต่น่าจะเป็นเพราะจังหวัดไม่ได้โปรโมทมากกว่า ว่า ได้ใช้เงินไปทำโครงการอะไรที่ไหนบ้าง”วรวิทย์ จำปีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณแจง
วรวิทย์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ในส่วนแผนงาน/โครงการที่ครม.สัญจรอนุมัติกรอบไว้กว่า 1.01 ล้านล้านบาทนั้น โครงการที่มีความพร้อมจะถูกบรรจุไว้ในงบประมาณจำปีงบ 2557 เป็นต้นไป และบางโครงการจะบรรจุอยู่ในร่างพ.ร.บ.กู้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง เป็นต้น
แต่หากมองจากข้อเท็จจริง การที่ ส.ส.และอดีตประธานสภาฯ เช่น “ปู่ชัย” ที่อยู่ใกล้ชิดและรับรู้ความเป็นไปของชาวบ้านมากกว่าข้าราชการประจำ และได้ใช้เวทีสภาฯอันทรงเกียรติอภิปรายตรวจสอบการงบครม.สัญจร ที่พบว่าวันนี้ชาวบ้านได้แต่ตั้งตารอเงินก้อนนี้อยู่ ก็น่าเชื่อถือไม่น้อย
เพราะหากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองพูดจา “โกหก” ในสภาฯก็เท่ากับนำศักดิ์ศรีไปละเลงบ่อน้ำคลำ และจะเป็นผู้ที่หมดความน่านับถือไปในบัดดล เมื่อชั่งน้ำหนักคำพูด ปู่ชัย ที่ใช้เกียรติเป็นเดิมพัน เป็นไปได้สูงที่ว่า แม้มีการเบิกจ่ายงบครม.สัญจรจากสำนักงบประมาณจริง แต่เม็ดเงินจริงๆไม่ลงพื้นที่ก็เป็นได้
นั่นเป็นเพราะต้องไม่ลืมว่า งบที่จัดสรรจากสำนักงบประมาณลงพื้นที่ของจังหวัด เงินก้อนนี้จะอยู่อำนาจของ “ผู้ว่าฯ” และเป็นที่รู้กันในวงการว่า งบแต่ละโครงการจะต้องมี “นักการเมือง” ในพื้นที่เข้ามามีเอี่ยว ขณะที่งบโครงการที่ครม.สัญจรอนุมัติ ส่วนใหญ่พบว่ากระจุกตัวใน “งบก่อสร้าง” ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่มีช่องให้ทุจริต
จึงต้องตั้งคำถามว่า มีการรายงานกลับการใช้งบกลางฯที่จัดสรรไปใช้ในโครงการที่ครม.สัญจรมาให้รัฐบาลทราบเป็นรายโครงการหรือไม่ ว่าเงินถูกเบิกไปจากคลังจังหวัดแล้วเป็นเงินเท่าใด มีการก่อสร้างโครงการจริงๆหรือไม่ อย่างไร มีการแจ้งพิกัดให้หน่วยงานอื่นใดไปตรวจสอบ และได้ให้ประชาชนในท้องที่มีส่วนรับรู้หรือไม่
โดยเฉพาะการงุบงิบทำโครงการกันเอง โดยชาวบ้านไม่รู้ หรือมีคนรู้ไม่กี่คน จะยิ่งทำให้การจัดสันปันประโยชน์กันทำได้โดยง่าย จะจัดกันกี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ามา เหล่านี้ล้วนอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เงินยังค้างเติ่งอยู่ใน “ท่อ” ชาวบ้านยังไม่ได้สัมผัสของขวัญที่รัฐบาลหยิบยื่นให้
เช่นเดียวกับการตั้งหน้าตั้งตารอคอยงบประมาณเป็นหลายหมื่น หลายแสนล้านบาทที่ ครม.สัญจร อนุมัติกรอบวงเงินให้แต่ละกลุ่มจังหวัด คล้ายกับทำให้ชาวบ้านฝันหวาน ตั้งหน้าตั้งตารอ โครงการที่วาดไว้สวยหรู
ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว โครงการที่ครม.สัญจรอนุมัติไว้ เป็นเพียงแค่ “กรอบวงเงิน” ที่ไม่ได้อนุมัติเงินไว้ให้ ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิด แน่นอนว่ากรณีนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เป็นฝ่ายเลขานุการกลั่นกรองงบครม.สัญจรทราบดี และตอกย้ำเสมอว่า แต่จะจังหวัดจะได้รับงบเฉลี่ย 100 ล้านบาทเท่านั้น
ขณะที่ฝั่งรัฐบาลละครม.ยังคงไม่รู้ร้อนรู้หนาว ตั้งหน้าตั้งตาปั่นตัวเลขวงเงินที่ครม.สัญจรอนุมัติไว้ในจังหวัดต่างๆเป็นจำนวนเงินสูงๆ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้รัฐบาลได้หน้า และได้ภาพ
แต่นั่นทำให้ชาวบ้านไขว้เขว่ มีความหวังลมๆแล้งๆหากยังได้แต่หว่านคำหวาน แต่เงินไม่ถึงที่หมาย ไม่นานครม.สัญจรก็แค่พิธีกรรมที่เสื่อมมนต์ขลัง สิ้นความศักดิ์สิทธิ์







