
เขมรกับแผ่นดินไทย : มากกว่าปราสาทพระวิหาร
ปราสาทพระวิหารที่เงียบหายไปจะกลายเป็นประเด็นอีกครั้งในอาทิตย์หน้า ที่คณะกรรมการมรดกโลกจะมีการประชุมกันที่เขมร เพราะที่ผ่านมาการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกยังไม่สมบูรณ์ เพราะเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามอนุสัญญาฯ ระเบียบ ข้อบังคับ กฎและกติกา ที่กำหนด ซึ่งผมได้ทำเป็นหนังสือคัดค้านไว้หลายครั้ง แต่เขมรก็พยายามล็อบบี้ให้มีการประกาศว่าได้มีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแล้ว ทั้งที่ขอบเขตพื้นที่ยังมีปัญหากับไทยเพราะรุกล้ำเขตแดนไทยอยู่ และเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ก็ยังไม่ครบถ้วนชัดเจน
ปราสาทพระวิหารที่เงียบหายไปจะกลายเป็นประเด็นอีกครั้งในอาทิตย์หน้า ที่คณะกรรมการมรดกโลกจะมีการประชุมกันที่เขมร เพราะที่ผ่านมาการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกยังไม่สมบูรณ์ เพราะเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามอนุสัญญาฯ ระเบียบ ข้อบังคับ กฎและกติกา ที่กำหนด ซึ่งผมได้ทำเป็นหนังสือคัดค้านไว้หลายครั้ง แต่เขมรก็พยายามล็อบบี้ให้มีการประกาศว่าได้มีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแล้ว ทั้งที่ขอบเขตพื้นที่ยังมีปัญหากับไทยเพราะรุกล้ำเขตแดนไทยอยู่ และเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ก็ยังไม่ครบถ้วนชัดเจน
ผมเคยสอบถามฝ่ายกฎหมายของศูนย์มรดกโลกว่าสามารถทำได้หรือไม่ เพราะไม่มีข้อยกเว้นใดที่กำหนดให้สามารถดำเนินการขึ้นทะเบียนได้ แม้แต่ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเองก็ไม่สามารถจะทำได้ แต่ที่ประชุมก็ใช้เสียงข้างมากลงมติทั้งที่ไม่สามารถจะกระทำได้ อีกทั้งฝ่ายกฎหมายก็บอกว่าไม่มีข้อยกเว้นใดทั้งในอนุสัญญาฯ ระเบียบ กฎหรือกติกา ที่จะให้ทำได้ แต่เขาเป็นเจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้
เมื่อไรที่เสียงข้างมากไม่ยึดกฎกติกา ปัญหาก็ต้องเกิด
ถ้าหากเราไม่ต่อสู้ ไม่พูดอะไร หรือทำอะไรที่จะทวงความถูกต้องและเป็นธรรมกลับมา ก็เท่ากับว่าเรายอมรับว่าสิ่งที่ผิดนั้นมันถูกต้อง เพราะการเงียบก็เท่ากับเป็นการยอมรับ เช่นเดียวกับที่เราเคยถูกศาลโลกตัดสินโดยใช้กฎหมายปิดปากว่าปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร เพราะเราไม่เคยทักท้วงว่าการกระทำของเขมรที่แสดงตัวว่าเป็นเจ้าของนั้นไม่ถูกต้องมาตั้งแต่แรก
แต่กรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียวของเขมร เพราะมีแนวเขตที่รุกล้ำอำนาจอธิปไตยและดินแดนไทยนั้น ผมได้คัดค้านมาตั้งแต่เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช
มาในสมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้มอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยฯ ไปต่อสู้แก้ไขปัญหาเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรม ในการที่จะยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับเขมร แต่เขมรกลับไม่ยอม พยายามล็อบบี้เพื่อที่จะผลักดันให้การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารที่ไม่ถูกต้องดังกล่าวกลายเป็นเรื่องที่ถูกต้อง โดยใช้ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเป็นเครื่องมือ
ผมเคยสงสัยว่าเพราะเหตุใดเขมรจึงต้องสู้แบบนี้ จนได้ข่าวว่าเขมรเตรียมเรื่องที่จะฟ้องร้องเราต่อศาลโลก เพื่อขยายพื้นที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทย ซึ่งคงไม่ใช่หวังประโยชน์ว่าจะเอาปราสาทพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เพราะปกติก็สามารถให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวได้มาหลายสิบปีแล้ว ถึงแม้ว่าจะต้องขึ้นทางฝั่งไทย แต่ก็ไม่มีปัญหาความขัดแย้งอะไร ทหารไทยยังช่วยเสี่ยงชีวิตเก็บกับระเบิดที่เขมรในสมัยต่อสู้กันเองฝังไว้ ซึ่งเป็นอันตรายสำหรับคนไทย เขมรและนักท่องเที่ยวให้ด้วย
เบื้องหลังที่น่าสงสัยและเป็นห่วง คือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเขตแดนบริเวณนี้แล้วมันจะมีผลกระทบไปถึงเขตแดนที่ต่อเนื่องออกไปที่อื่นอีก ซึ่งอาจรวมถึงพื้นที่ทางทะเลที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโบราณสถาน การประมง ก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ที่ยังตกลงกันไม่ได้ เรื่องนี้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องคงต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจนเพื่อขจัดข้อสงสัยดังกล่าวด้วย
บทความหลังสุดที่ผมเขียนไว้กรณีผู้พิพากษาศาลโลก นายโมฮัมเหม็ด ยูซุป จะทำให้ไทยเสียดินแดน ก็ด้วยความเป็นห่วงเพราะเรื่องมันเกี่ยวพันกันอย่างเห็นได้ชัดเจนว่าเจตนาของเขมรนั้นคือมากกว่าปราสาทพระวิหาร เพราะการที่นายโมฮัมเหม็ด ยูซุป ผู้พิพากษาศาลโลกที่เคยป็นนักกฎหมายอาวุโสที่ศูนย์มรดกโลก องค์การยูเนสโก ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือสนับสนุนเขมรในการขึ้นทะเบียนโดยใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องและหลีกเลี่ยงการดำเนินการตามเงื่อนไขในอนุสัญญาฯ ระเบียบ กฎและกติกา โดยเฉพาะการเขียนร่างมติที่อาจจะทำให้เกิดการตีความใช้ถ้อยคำแบบกำกวม ทำให้สำคัญผิดจนที่ประชุมมีมติสนับสนุน เพราะคิดว่าไม่มีปัญหา ซึ่งเชื่อว่าเขมรอาจมีการนำเอามติที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศไปใช้เป็นหลักฐานในศาลโลกได้ว่าองค์กรระหว่างประเทศยังยอมรับหากไทยไม่คัดค้านก็แสดงว่าไทยยอมรับด้วย ถึงแม้ว่าไทยจะไม่เห็นด้วย แพ้มติแล้ววอล์กเอาต์หรือเดินออกจากที่ประชุมพื่อประท้วงก็ตาม ด้วยเหตุผลดังกล่าวในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ปารีส คณะผู้แทนไทยฯ เห็นว่าคณะกรรมการมรดกโลกไม่ยอมฟังเหตุผล และไม่ห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นระหว่างไทยกับเขมร ยังยืนยันที่จะพิจารณาวาระการประชุมเรื่องปราสาทพระวิหาร ถึงแม้จะอ้างว่าไม่มีข้อความใดที่กระทบต่อประเทศไทย แต่ความหมายในมติดังกล่าวกว้างขวางครอบคลุมประเด็นแบบศรีธนญชัย ที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับอำนาจอธิปไตยและดินแดนไทยที่พวกเราคณะผู้แทนไทยฯ ไม่สามารถจะยอมรับได้ เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี จึงประกาศว่าไทยไม่ขอร่วมพิจารณาและขอถอนตัวจากการเป็นสมาชิกภาคีอนุสัญญามรดกโลก ก่อนที่ประชุมจะเข้าสู่วาระการประชุมและวอล์กเอาต์หรือเดินออกจากที่ประชุม และยื่นหนังสือแสดงความจำนงในการถอนตัวทันที เพราะหากเรายังร่วมประชุมเป็นสมาชิกอยู่ก็เท่ากับว่าเรายอมรับมติ ต้องมีความผูกพันและปฏิบัติตามมติดังกล่าวในฐานะสมาชิก
กรณีนายโมฮัมเหม็ด ยูซุป ผู้พิพากษาศาลโลก ได้ขอเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทั้งหมดจากศูนย์มรดกโลก ตั้งแต่ยังไม่มีข่าวการฟ้องร้องศาลโลกของเขมร นี่ขนาดเรื่องยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของศาลโลกเลย แล้วจะไม่ให้ผมเป็นห่วงได้อย่างไรว่าการที่เขมรผลักดันให้คณะกรรมการมรดกโลกมีมติขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแบบไม่ถูกต้องนั้น มันเกี่ยวพันโดยตรงกับการฟ้องศาลโลกของเขมร เพราะเขมรอาจนำมติของคณะกรรมการมรดกโลกที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกดังกล่าวอ้างต่อศาลโลกว่าองค์กรระหว่างประเทศยังเห็นด้วยกับเขมรและประเทศไทยก็ยอมรับ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เพราะแทนที่จะยืนยันการถอนตัวจากการเป็นสมาชิกฯ ตามที่ไทยได้แถลงต่อที่ประชุมก่อนที่จะเข้าสู่วาระการพิจารณาเรื่องปราสาทพระวิหารที่กรุงปารีส กลับส่งคณะผู้แทนไทยไปร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลกอีกในครั้งต่อมาที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย ซึ่งไม่ทราบว่าได้ไปรับรองมติการประชุมที่เกี่ยวข้องกับปราสาทพระวิหารที่กรุงปารีสหรือไม่ เพราะจะทำให้เกิดการผูกพันกับไทยทั้งที่เราได้ปฏิเสธไม่ยอมรับการประชุมและมติดังกล่าวด้วยการลาออกจากภาคีสมาชิกฯ มาแล้ว
การที่นายโมฮัมเหม็ด ยูซุป เป็นผู้พิพากษาคนเดียวที่ขอให้ไทยส่งเอกสารเพิ่มเติมเรื่องพื้นที่บริเวณรอบตัวปราสาทพระวิหารที่ไทยยอมรับ มันก็สอดคล้องกันกับกรณีการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งก็น่าเป็นห่วงว่าพื้นที่ที่ทางรัฐบาลแจ้งไปยังศาลโลก โดยอ้างพื้นที่ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2505 ซึ่งไม่ใช้เขตแดนหรือพื้นที่ที่เป็นไปตามกฎหมายแทนที่จะแจ้งว่าพื้นที่รอบปราสาทนั้นเราถือเอาตัวปราสาทพระวิหารตามคำพิพากษาของศาลโลกเท่านั้น เพราะพื้นที่กับเขตแดนก็คือสิ่งเดียวกัน เราอาจต้องสูญเสียดินแดนแบบเดิมอีกครั้งหนึ่ง
อีกไม่กี่วันก็จะมีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่เขมรแล้ว ยังเห็นท่าทีที่ชัดเจนของรัฐบาลไทยว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ เพราะคงจะมาพิจารณาแต่การประชุมครั้งนี้คงไม่ได้ ต้องดูว่าการประชุมครั้งที่แล้วเป็นอย่างไรด้วย วันอังคารที่ 11 มิถุนายน นี้ คณะรัฐมนตรีน่าจะต้องมีมติในเรื่องนี้ว่าจะเอาอย่างไร เพราะการประชุมน่าจะเริ่มในวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน นี้ คณะกรรมการมรดกโลกปกติจะให้การสนับสนุนประเทศที่เป็นเจ้าภาพอยู่แล้ว การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมในเขมร การดำเนินการของคณะผู้แทนไทยฯ ต้องเด็ดขาดและจริงจัง เพราะเราไปยอมสนับสนุนให้เขมรเป็นเจ้าภาพในการประชุมครั้งที่แล้วที่รัสเซียเสียแล้วยิ่งน่าเป็นห่วงและน่าเสียดาย เพราะเราสู้กับเขมรเพื่อขอเป็นเจ้าภาพมาโดยตลอด ซึ่งที่ประชุมก็จะหาทางออกโดยให้ประเทศที่สามเป็นเจ้าภาพแทน เช่นเดียวกับครั้งที่แล้วที่รัสเซีย
ผมอาจคิดมากเพราะผมต่อสู้เรื่องนี้มาตลอดจึงรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ผมเชื่อว่าการคิดในทางแย่ที่สุดจะทำให้เรารอบคอบ ระมัดระวัง และป้องกันปัญหาได้ เพราะหากเราสูญเสียผืนแผ่นดินไทยไปแล้วจะมานั่งเสียใจร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดก็คงเอากลับมาไม่ได้
เชื่อว่าคนไทยทุกคนรักและหวงแหนแผ่นดินไทย หากเป็นคนไทยคงไม่มีใครที่ต้องการสูญเสียดินแดนและอำนาจอธิปไตยให้ใคร
แต่ที่เขมรต่อสู้เรื่องนี้ทั้งในคณะกรรมการมรดกโลกและในศาลโลกอีกครั้งทั้งที่เรื่องนี้ศาลโลกเคยตัดสินมาแล้วกว่า 50 ปี คงไม่ใช่เพียงแต่ปราสาทพระวิหารเท่านั้นที่เขมรต้องการ น่าจะรวมไปถึงเขตแดนและอำนาจอธิปไตยในพื้นที่อื่นๆ รวมถึงพื้นที่ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งที่เป็นโบราณสถาน การประมง ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในอ่าวไทยอย่างแน่นอน เพราะหากมีการขยับเขตแดนที่ใดก็ตามต้องมีการปรับเขตแดนในพื้นที่อื่นให้สอดคล้องรองรับกันด้วย
รัฐบาลกับคนไทยจะเอาอย่างไร? อย่าปล่อยให้เงียบไปนะครับ







