posttoday
นักปั้นประโยค 9

นักปั้นประโยค 9

09 มิถุนายน 2556

ทันทีที่มีการประกาศผลสอบบาลีสนามหลวง ปี พ.ศ. 2556 ตั้งแต่ประโยค 12 ถึงเปรียญธรรม 9 ประโยค (ป.ธ.9)

ทันทีที่มีการประกาศผลสอบบาลีสนามหลวง ปี พ.ศ. 2556 ตั้งแต่ประโยค 12 ถึงเปรียญธรรม 9 ประโยค (ป.ธ.9) เฉพาะ ป.ธ.9 สำนักเรียนวัดเทพลีลา แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ คว้าแชมป์สอบได้มากที่สุด 5 รูป ในนั้นเป็นสามเณร 1 รูป หากย้อนไปปี 2555 สอบได้ 3 รูป

ขณะที่วัดหรือสำนักเรียนอื่นๆ ที่มักมีพระเณรสอบได้ ป.ธ.9 เกือบทุกปี ซึ่งขับเคี่ยวกันไม่กี่วัดในปัจจุบัน เช่น วัดโมลีโลกยาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ปีที่แล้วได้ 3 รูป ปีนี้ 2 รูป วัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ ปี 2555 ได้ 3 รูป ปีนี้ 1 รูป วัดธรรมกาย จ.ปทุมธานี ปีที่แล้วได้ 9 รูป ปีนี้ 2 รูป หรือวัดในภูธรอย่าง วัดจองคำ จ.ลำปาง ปีที่แล้วได้ 3 รูป ปีนี้ได้ 2 รูป ในนี้เป็นสามเณร 1 รูป

ซึ่งไม่แปลกใจอะไร เพราะวัดเหล่านี้การเรียนการสอนบาลีในปัจจุบันยังคงเข้มข้นคงอรรถรสจัดจ้าน และยังไม่เห็นอาการอ่อนแรง ซึ่งสวนทางกับวัดสำนักเรียนขนาดใหญ่และขนาดกลางหลายวัดที่มีชื่อเสียงในอดีตที่ขาลงมา และน่าตกใจบางวัดหายเข้ากลีบเมฆไม่มีแม้กระทั่งส่งชื่อพระเณรเข้าสอบบาลีสนามหลวง

วัดอื่นๆ ทั้งหลายขอยกไว้ก่อน ขอพูดถึง “วัดเทพลีลา” ซึ่งเกือบ 20 ปีก่อนนี้ในด้านการศึกษาต้องบอกว่า “โนเนม” สุดๆ ไม่มีใครพูดถึง ไม่มีใครรู้จัก

ทว่า ปัจจุบันเป็นสำนักเรียนขนาดกลางที่มีความแข็งแกร่งและมีชื่อเสียงระดับแถวหน้าของประเทศ ที่สำนักเรียนขนาดใหญ่ต้องอิจฉา เพราะ 10 กว่าปีมานี้มีพระเณรสอบบาลีได้ตลอดทุกปี เฉพาะประโยคสูงๆ 789 ไม่เคยว่างเว้น

เรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้ “พระราชปริยัติสุนทร” (ประสาร เตชสีโล) เจ้าอาวาสวัดเทพลีลา รูปปัจจุบันไปเต็มๆ เพราะท่านคือผู้ที่นำความเจริญด้านการศึกษามาสู่วัดอย่างแท้จริง

เริ่มจากเมื่อท่านได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเทพลีลา ในปี พ.ศ. 2537 ถัดมาอีก 3 ปี คือ ปี 2540 ก็ได้ดำเนินการเปิดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมโดยเฉพาะบาลีอย่างเป็นทางการขึ้น จากนั้นมาก็ได้ดำเนินการเรียนการสอนมาโดยตลอดทุกปี จนมีจำนวนนักเรียนที่สามารถสอบผ่านประโยคความรู้บาลีสนามหลวงได้เพิ่มมากขึ้นโดยลำดับ

ต่อมาวัดจึงได้ดำเนินการขอจัดตั้งเป็น “สำนักเรียน” ต่อมหาเถรสมาคม โดยแม่กองบาลีสนามหลวง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) จนในที่สุดได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเป็นสำนักเรียนได้ในปี พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา โดยมี พระราชปริยัติสุนทร (ขณะนั้นเป็น พระพิพัฒนปริยัติสุนทร) เป็นเจ้าสำนักเรียน และมี พระอาทรปริยัติกิจ (พระครูวินัยธรสมพร ในสมัยนั้น) เป็นอาจารย์ใหญ่ ถึงปัจจุบัน

ต่อแต่นั้นสำนักเรียนวัดเทพลีลาก็มีชื่อเสียงมากขึ้นเป็นลำดับ จนเป็นที่ยอมรับของวัดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปัจจุบันมีพระเณรที่เรียนหนังสือประมาณ 200 รูป

น่าสนใจก็คือ ท่านไม่ได้เป็นมหาเปรียญ สอบได้แค่นักธรรมเอกเท่านั้น แต่ท่านส่งเสริมสนับสนุนและเอาจริงเอาจังกับการศึกษาของพระเณรอย่างมาก และถ้านับแต่ที่นำการศึกษามาสู่วัดเทพลีลามาจนถึงวันนี้ มีพระเณรสอบได้ ป.ธ.9 ประมาณ 38 รูป ไม่นับประโยคอื่นๆ ที่สอบได้จำนวนมาก

หากย้อนไปสมัยแรกปลูกร่างสร้างสำนักเรียนใหม่ๆ ท่านสนับสนุนการศึกษาของพระเณรทุกวิถีทาง เช่น มีภัตตาหารเลี้ยงพระเณรทุกเช้าและเพลจนถึงวันนี้ เรียกว่ารูปไหนไม่ได้บิณฑบาตก็มีอาหารฉัน หรือเวลาไปเรียนประโยค 789 ที่วัดสามพระยา แขวงบางขุนพรหม ก็จัดรถรับส่ง ทว่าการช่วยเหลืออันหลังไม่มีแล้ว เพราะสำนักเรียนไม่ต้องส่งพระเณรไปเรียนที่วัดสามพระยาอีกแล้ว เนื่องจากวัดได้เปิดการเรียนการสอนเอง และนี่คือหนึ่งความเข้มแข็งของสำนักเรียนวัดเทพลีลา

สิ่งหนึ่งที่ท่านไม่ลืมให้ คือ กำลังใจแก่ผู้สอบได้ โดยจะให้ในรูปของเงิน ผู้ที่สอบได้ประโยค 9 ท่านจะมอบให้ 1 แสนบาท ประโยค 8 จำนวน 5 หมื่นบาท ประโยค 7 จำนวน 2 หมื่นบาท ส่วนประโยคอื่นๆ ลดหลั่นลงมา

ท่านว่าที่มอบให้เพราะเพื่อต้องการให้เป็นทุนในการเรียนต่อไป หรือบางรูปก็อาจจะแบ่งให้โยมพ่อโยมแม่ได้ใช้บ้างเป็นมาตาปิตุอุปัฏฐาน

สำนักอื่นใจถึงขนาดนี้ไหม...อยากรู้ ผมว่าท่านคือผู้ให้ เหนืออื่นใดท่านคือนักปั้นประโยค 9 ตัวจริงเสียงจริง

นักปั้นประโยค 9

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา