posttoday
ฝุ่นก่อมะเร็ง : โอกาสสร้างพื้นที่ตัวอย่าง

ฝุ่นก่อมะเร็ง : โอกาสสร้างพื้นที่ตัวอย่าง

06 มิถุนายน 2556

ไปปักกิ่งช่วงที่ผ่านมา จึงได้เห็นกับตาว่าระดับของฝุ่นละอองที่กลายเป็นมลพิษนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะเคยเห็นแต่ที่ลอสแองเจลิสที่มีไอพิษจากรถยนต์มากขนาดที่เมื่อมองมาจากนอก LA จะเห็นเมฆสีน้ำตาลจางๆ ลอยอยู่คู่กับอาคารสูง แถมพยากรณ์อากาศทาง TV ที่นั่นจะบอกด้วยว่า วันนั้นควรงดจ๊อกกิ้งหรือไม่ เพราะแทนที่จะได้สุขภาพ กลับจะทำให้นักวิ่งเสียสุขภาพหนักเข้าไปอีก

ไปปักกิ่งช่วงที่ผ่านมา จึงได้เห็นกับตาว่าระดับของฝุ่นละอองที่กลายเป็นมลพิษนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะเคยเห็นแต่ที่ลอสแองเจลิสที่มีไอพิษจากรถยนต์มากขนาดที่เมื่อมองมาจากนอก LA จะเห็นเมฆสีน้ำตาลจางๆ ลอยอยู่คู่กับอาคารสูง แถมพยากรณ์อากาศทาง TV ที่นั่นจะบอกด้วยว่า วันนั้นควรงดจ๊อกกิ้งหรือไม่ เพราะแทนที่จะได้สุขภาพ กลับจะทำให้นักวิ่งเสียสุขภาพหนักเข้าไปอีก

ปักกิ่งในวันที่ฟ้าใสกับวันฝุ่นละอองอาละวาดนั้น บางทีห่างกัน 2 วันเท่านั้น แต่ราวกับเป็นคนละเมือง เวลาฝุ่นมามากๆ แม้อยู่บนอาคารสูงก็อาจจะมองแทบไม่เห็นอาคารที่อยู่ห่างไปเพียงป้ายรถเมล์ก็ได้ แต่ถ้านั่งรถอยู่บนถนน อาจไม่ทันสังเกต เพราะตึกสูงในปักกิ่งมีมาก เบียดเสียดแข่งกับมหานครต่างๆ ของโลกได้สบาย

เดี๋ยวนี้ปักกิ่งมีตัววิ่งบนจอโทรทัศน์ บางวันไม่แนะนำให้ประชาชนสูดอากาศนอกอาคารนานนัก และแนะนำให้ใส่หน้ากากกันฝุ่น ซึ่งต้องสามารถกรองฝุ่นละเอียดได้ ไม่งั้นถือว่าไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ

กลับมากรุงเทพฯ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติของนิด้า แถลงว่า กรุงเทพฯ อยู่ในลำดับ 13 ของเอเชียที่พบสารก่อมะเร็งในฝุ่นสูงที่สุด อันดับต้นๆ นั้นก็พวกเมืองในจีนกับอินเดียล่ะครับ

อากาศของเมืองหลวงบ้านเราเฉลี่ยแล้วพบสารก่อมะเร็งในฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน คือ เกินค่ามาตรฐาน 2.21 เท่า

จากข้อมูลการเก็บตัวอย่างที่ได้จากกระดาษกรองในเครื่องวัด ที่กรมควบคุมมลพิษติดตั้งไว้อย่างน้อย 7 แห่งทั่วกรุงเทพฯ พบว่า 80% ของสารก่อมะเร็งมาจากไอเสียรถยนต์

น่าตกใจไหมครับ...แต่ถ้าเทียบกับ เดลี อินเดีย ซึ่งมีสารก่อมะเร็งในอากาศเกินมาตรฐาน 33 เท่า หรือไม่ก็เทียบปักกิ่งของจีน ที่มีสารก่อมะเร็งในอากาศมากกว่ามาตรฐาน 98 เท่า...ยังงี้ก็สบายใจ ไม่ต้องทำอะไร

แต่ความจริงคือ สารก่อมะเร็งที่สูงเกินมาตรฐานไป 2.21 เท่าในกรุงเทพฯ กำลังเพิ่มขึ้นไม่หยุด ดังนั้นนโยบายรถไฟฟ้า นโยบายรถเมล์ NGV นโยบายจอดรถดับเครื่อง นโยบายจับควันขาวควันดำ นโยบายไม่เผาขยะ เผาหญ้าข้างทาง ไม่สูบบุหรี่ ไม่มีเคาะพ่นสีกลางเมือง ต้องเอาจริงเอาจังกันหน่อยล่ะครับ

งานล้างท่อระบายน้ำ ปรับฝาตะแกรงริมทางไม่ให้ล้อจักรยานหล่นลงในร่อง ทำเยอะเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่อนโยบายส่งเสริมการใช้จักรยานเท่านั้น และย่อมดีต่อนโยบายลดควันพิษในเมืองด้วย

ทุกวันนี้ นโยบายใช้จักรยาน แม้เป็นทางเลือกที่มีเสน่ห์อยู่ แต่อุปสรรคเยอะเหลือหลาย ลองประกาศใช้ให้จริงสักเขตใดเขตหนึ่งดีไหมครับ เอาจริงเอาจังจนจักรยานมีอภิสิทธิ์เต็มที่ในละแวกนั้นสัก 2 ปี รถและมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์ที่เข้ามาในเขตในแขวงนั้น ต้องยอมให้ทางแก่จักรยานและจักรยานไฟฟ้า อย่างไม่มีเงื่อนไข ผมว่าเขตนั้นอาจได้เห็นราคาที่ดินที่จะเปลี่ยนไปอย่างน่าตื่นเต้น

สุขภาพคนแขวงนั้นดีขึ้น เมืองน่าอยู่ขึ้น เสียงของเมืองย่านนั้นเงียบลงสักหน่อย ทำให้เป็นข่าวคราวสม่ำเสมอ เขตและแขวงเหล่านั้นจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นย่านทำงานเชิงสร้างสรรค์ เป็นย่านค้าขายที่ SME ไม่ตาย เพราะใช้ฐานชุมชน ซึ่งจะทำให้ SME มีข้อได้เปรียบ รถส่งของเริ่มกลายเป็นสามล้อแดง ร้านซ่อมจักรยาน และวินจักรยานรับจ้าง อาจปรากฏตัวขึ้นให้บริการตามซอกซอยขวักไขว่ด้วยซ้ำไป

รัฐอาจลดภาษีโรงเรือนให้อาคารที่ให้ความร่วมมือนโยบายจักรยาน ถ้ายอมแบ่งที่ให้จอด หรือทำชายคาให้ร่มรื่น ให้รางวัล ผู้อำนวยการเขตที่ร่วมกับผู้กำกับการ ตร.ของเขตอย่างเหมาะสม ถ้าทำให้เขตและแขวงตัวอย่างนี้เกิดได้ ตั้งกองทุนท้องถิ่นให้คนในแขวง คนในเขตมาร่วมซื้อหน่วยลงทุน หรือหุ้นกู้ เพื่อให้กองทุนพัฒนาเขตมีเงินคล่องตัวในการบริหาร แล้วขอปันคืนจากค่าธรรมเนียมการโอนขายอสังหาริมทรัพย์ใน 3 ปีข้างหน้าของเขตนั้นกลับมาคืนให้ หรือให้เครดิตเงินสมทบคืน 1 เท่าตัวของส่วนต่างแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ลดบิลค่าไฟฟ้าลงได้ในแต่ละปี ต่อเนื่องสัก 3 ปี

ที่จริงแล้ว ความร่วมมือเพื่อแก้ไขอากาศพิษ น่าจะได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านสูงกว่าการแก้ไขปัญหาคูคลอง น้ำเน่า หรือขยะ เพราะมันเป็นอันตรายถึงทุกคนที่สูดหายใจ แต่ไม่น่าเชื่อว่าข้อมูลนี้เป็นข่าวน้อยมาก และถ้าอากาศไม่ส่งกลิ่น ไม่เปลี่ยนสี ต่อให้มีภาพคนเป็นมะเร็งมาให้ดู ก็ไม่ง่ายที่ผู้คนจะใส่ใจ

ข้อนี้ถ้ามีนักการตลาดเก่งๆ จับมาเป็นประเด็นผ่านสื่อให้มีพลัง นักการเมือง และข้าราชการทำความเข้าใจกับปัญหานี้ และคิดใช้วิกฤตฝุ่นที่มีสารก่อมะเร็งให้เป็นโอกาส เราอาจได้เห็นกรุงเทพฯ บางแขวง บางเขต ที่มีดัชนีชี้วัดคุณภาพชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่เคยมีมาก่อนก็ได้ ใจกลางเมือง อากาศดี ฝุ่นละอองต่ำ ไม่มีเสียงหนวกหูมากนัก ดูซิว่าคนจะชอบไหม?

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา