posttoday
เก้าอี้ สมช.พ่นพิษ "ปู" ภูมิแพ้คุณธรรม

เก้าอี้ สมช.พ่นพิษ "ปู" ภูมิแพ้คุณธรรม

03 มิถุนายน 2556

เพื่อนข้าราชการอีกมากที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรม ผู้ที่มีอำนาจ นายกฯ รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ไม่ตั้งบนพื้นฐานคุณธรรม จริยธรรม

โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

“เพื่อนข้าราชการอีกมากที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรม ผู้ที่มีอำนาจ นายกฯ รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ไม่ตั้งบนพื้นฐานคุณธรรม จริยธรรม ทำร้ายข้าราชการที่ดี ผลกรรมตกอยู่กับประเทศชาติและประชาชน”

“ผมรับราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดี ข้าราชการที่ถูกรังแกขอให้ภูมิใจเกียรติภูมิตัวเอง ยึดผลประโยชน์ประชาชนต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมกลับคืนมา และขอร้องข้าราชการที่นอกลู่นอกทางเลิกประจบสอพลอ เล่นพรรคเล่นพวกเสียที”

คำกล่าวชนิดเปิดฉากจัดเต็มของถวิล เปลี่ยนศรี ภายหลังทราบคำสั่งศาลปกครองกลางให้สำนักนายกรัฐมนตรีคืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หลังจากนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงนามโยกย้ายให้ไปประจำห้องเย็นทำเนียบฯ ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย. 2554 และให้พ้นตำแหน่งเลขาฯ สมช.เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2554

เป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน 24 วัน ที่เจ้าตัวทนทุกข์และใช้เวลาพิสูจน์การแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมผ่านกระบวนการยุติธรรม

คำสั่งศาลปกครองกลางจึงเหมือนตราประทับรับรองถวิลไม่ได้บริหารงานบกพร่อง ตรงกันข้ามคมหอกกลับย้อนพุ่งใส่ผู้บังคับบัญชาสำนักนายกฯ นั่นคือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบสั่งโอนย้ายข้าราชการระดับสูงอย่างไม่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม

จึงอย่าได้แปลกใจ ธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกฯ ต้องรีบเปิดตำรากฎหมายหารืออัยการสูงสุดเพื่อเตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองสูงสุด

อาการดิ้นสู้ครั้งนี้หวังผลท้าพิสูจน์ขอสู้ถึงฎีกา

ในเมื่อข้อกฎหมายศาลปกครองเปิดช่อง กรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ถูกร้องสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน จากนั้นต้องมาลุ้นกันต่อว่าผลการตัดสินจะยืนตามศาลปกครองกลางหรือพลิกเป็นอย่างอื่น

ไม่เพียงแต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์จะสามารถนำมาอ้างได้ว่าเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายที่มีอยู่ตามปกติ

อีกอย่างสร้างความชอบธรรมตามสไตล์การเมืองฝ่ายบริหารยกเหตุแจกแจงไม่ได้ยื้อคืนเก้าอี้เลขาฯ สมช. ทั้งๆ ที่สังคมวงกว้างมองกันออกหวังลากคดีให้ยาวออกไปนานที่สุด

ตามกระบวนการศาลปกครองสูงสุดพิจารณาคำอุทธรณ์ต้องให้เวลาผู้ร้องและผู้ถูกร้องมาไต่สวนหักล้างข้อกล่าวหาในระยะเวลาหนึ่ง ยิ่งถ้าเทียบเคียงจากกรณีถวิลต่อสู้คดีในศาลปกครองกลางกินเวลานาน 1 ปี 8 เดือน ดังนั้นใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่ศาลปกครองสูงสุดอาจตัดสินคดีหลังถวิลเกษียณไปแล้ว โดยที่เหลืออายุราชการอีกแค่ 1 ปี

อีกประการ ยิ่งลักษณ์ไม่รีบด่วนสรุปคืนตำแหน่งให้ถวิล เพราะจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในส่วนของผู้บริหารระดับสูงล้มเป็นโดมิโน โดยเฉพาะกรณีของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.คนปัจจุบัน ซึ่งเคยอยู่ในชะตากรรมเดียวกับถวิลในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ถูกโยกย้ายให้มาประจำสำนักนายกฯ ก่อนเปลี่ยนเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อุตส่าห์เลือกมือไม้ที่ไว้วางใจได้อย่าง พล.ท.ภราดร ขึ้นมาเป็นเลขาฯ สมช.

ไม่ใช่แต่ยิ่งลักษณ์ต้องทำตามใบสั่งคุณขอมาจากแดนไกล ในส่วนการทำงานของ พล.ท.ภราดร ประจักษ์ชัดเข้าได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับนักการเมืองพรรคเพื่อไทย

แม้แต่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีสายความมั่นคงต้องใช้บริการหารือบ่อยครั้ง แถมยังมอบหมายให้ พล.ท.ภราดร เป็นหัวหน้าคณะเจรจาสันติภาพกับขบวนการบีอาร์เอ็น ซึ่งก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็เคยหารือเป็นการภายในกับแกนนำบีอาร์เอ็นนำร่องไว้ก่อนแล้ว

หากยิ่งลักษณ์เลือกถวิลกลับคืนเก้าอี้เลขาฯ สมช. คำถามที่ตามมาถึงคนเคยใหญ่และรู้ใจอย่าง พล.ท.ภราดร ซึ่งเป็นผู้บริหารเทียบเคียงระดับ 11 จะไปอยู่ตำแหน่งใด

ถ้าจะให้โยกย้ายเข้าไลน์ปลัดกระทรวง ในเมื่อไม่มีตำแหน่งว่างอีกทั้งไม่เหมาะกับงาน เห็นทีจะต้องกลับมาตบยุงในตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายประจำอันเป็นตำแหน่งเดียวกับที่ถวิลเคยนั่งอยู่ ยิ่งจะเกิดสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างคนรู้ใจกับรัฐบาลทำกันอย่างนี้หรือ

แม้ถวิลจะตีกันไว้ก่อนไม่ขอรับตำแหน่งอื่นนอกจากตำแหน่งเลขาฯ สมช. โดยยืนยันไม่ได้เป็นคนของนักการเมืองพรรคใด พร้อมทำงานกับทุกรัฐบาล

แต่สภาพที่เห็นและเป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการทิ่มหมัดตรงด้วยการให้ปากคำต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเปิดเผยข้อมูลชายชุดดำอยู่เบื้องหลังการสร้างความวุ่นวายจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองปี 2553 เรียกได้ว่าทุกถ้อยคำเป็นคุณต่ออดีตรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่เป็นโทษต่อคนในรัฐบาลเพื่อไทย เป็นเช่นนี้หากได้คืนตำแหน่งเลขาฯ สมช. ไม่ต่างกับน้ำกับน้ำมันที่ยากจะเข้ากันได้

เหมือนเช่นสภาพการทำงานของถวิลช่วงที่นั่งเป็นที่ปรึกษานายกฯ จนถึงขั้นที่ถวิลเคยออกมายอมรับว่า แม้ได้รับตำแหน่งที่ปรึกษา แต่นายกฯ ไม่เคยเรียกมาขอคำปรึกษาแต่อย่างใด

ภาวะกระอักกระอ่วนจะให้กลับคืนสู่ตำแหน่งเลขาฯ สมช.หรือไม่ จึงกลายเป็นเงื่อนปมผูกมัดยิ่งลักษณ์จนเกิดสภาพวุ่นเป็นลิงแก้แห

ตอกย้ำชัดโรคภูมิแพ้คุณธรรมกำลังกำเริบลามกระทบโครงสร้างบริหารงานบุคคลชาติต้องเสียศูนย์

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI