
ดังแบบนี้ไม่ไหว
ก่อนเข้าฤดูฝนที่ภาคอีสานหลายจังหวัดมักจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟขึ้นแพร่หลาย
ก่อนเข้าฤดูฝนที่ภาคอีสานหลายจังหวัดมักจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟขึ้นแพร่หลาย มีทั้งงานใหญ่ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับหมู่บ้าน อยากไปดูบุญบั้งไฟที่ภาคอีสานก็ต้องไปดูช่วงก่อนที่ชาวบ้านจะทำนา ราวเดือน 5 เดือน 6 ของทุกปี
จุดประสงค์ของการจัดงานบุญบั้งไฟ ถ้าฟังจากที่คนแก่คนเฒ่าเล่าไว้ก็คือ จัดขึ้นเพื่อบูชาและขอพรจากพระยาแถน (หมายถึงเทวดาที่อยู่บนฟากฟ้า) ให้ดลบันดาลฝนตกลงมา เพื่อจะได้มีน้ำในการทำนา
ประเพณีนี้นอกจากเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว ยังมีข้อดี คือ ได้เห็นความสามัคคีของคนในชุมชนด้วย เพราะจะมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมาก เช่น บั้งไฟที่ทำเสร็จแล้วก่อนที่จะนำไปจุดก็จะมีการแห่ตามประเพณี
ในการแห่ก็จะประกอบด้วยนางรำและกลองยาวที่ผ่านการฝึกซ้อมกันมา เป็นที่สนุกสนาน ตอนหลังมีการประกวดบั้งไฟ บ้านไหน ทีมไหนประดับตกแต่งได้สวยชนะใจกรรมการ ก็จะได้รางวัล สร้างสีสันให้งานมีอรรถรส
แต่ในความสวยงามของประเพณีนี้ระยะหลังเริ่มที่จะไม่สวยเท่าไหร่ หนึ่งล่ะ ในการจุดบั้งไฟมักจะเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง เช่น บั้งไฟแตก บั้งไฟวิ่งเข้าใส่คน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพราะบั้งไฟพุ่งเข้าใส่ที่ จ.หนองคาย 2 คน ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง
นี่คือเรื่องอุบัติเหตุ เป็นสิ่งที่ไม่อาจรู้ล่วงหน้า
แต่มีความไม่สวยงามอีกอย่างหนึ่งในงานบุญบั้งไฟ คือ “มีการเล่นพนัน” เกิดขึ้น ทั้งเล่นแบบโจ่งแจ้ง ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และแอบเล่น
ทุกวันนี้ไม่ว่าที่ไหนจัด จะระดับจังหวัด ระดับอำเภอ หรือระดับหมู่บ้าน ก็จะไม่ขาดคนที่นิยมชมชอบในเรื่องของการพนันทั้งหญิงและชาย
แต่ที่น่าตกใจและสะเทือนใจก็คือ หนึ่งผู้เล่นในนั้นมี “พระ” เข้ามาแจมด้วย หนักกว่านั้น คือ พระรับเป็นเจ้ามือ อีกต่างหาก ถามว่าชาวพุทธรับได้ไหม
จะมีใครที่รับได้ล่ะ?
ทั้งผิดกฎหมายบ้านเมือง ขาดความสำรวมศีลาจารวัตร กิจของพระก็ไม่ใช่ วัตรปฏิบัติของพระก็ไม่ใช่...สีก็แตกต่างจากชาวบ้าน แล้วจะงามตรงไหน
แล้วจังหวัดที่ถูกจับตามากที่สุด คือ ศรีสะเกษ ซึ่งระยะหลังมีข่าวทำนองนี้เกิดขึ้นเกือบทุกปี ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาก็เกิดขึ้นอีกแล้ว
คราวนี้พระเป็นเจ้ามือด้วย!
เห็นหน้าชัดๆ เล่นกันชิลชิล อย่างกับเป็นเรื่องธรรมชาติที่ทำได้ไม่ผิดกฎหมาย และดูจะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ของคณะสงฆ์ศรีสะเกษ รวมทั้งฝ่ายบ้านเมืองด้วย
เรื่องนี้ไม่เล็ก...เพราะสร้างความเสื่อมเสียให้กับ จ.ศรีสะเกษ และคณะสงฆ์ศรีสะเกษอย่างมาก แม้หากว่าพระรูปที่เล่นนั้นจะเป็นพระนอก จ.ศรีสะเกษก็ตาม
...แต่ศรีสะเกษก็เสียชื่อเต็มๆ แค่นักข่าวจะทำข่าวพระเล่นพนันบั้งไฟ...ไม่ต้องคิดเลยว่าจะไปจังหวัดไหน...ศรีสะเกษ อยู่ในหัว
คงต้องถวายการบ้านแด่ “พระราชกิตติรังษี” เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าอาวาสวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ช่วยจัดการทีเถอะขอรับ
ขออย่าให้ใครกล่าวหาว่า ถ้าจะดูพระเล่นพนันบั้งไฟ...ต้องไปศรีสะเกษ เท่านั้น ศรีสะเกษดังกันใหญ่ ทว่าโทษทีไม่ดังกังวานไพเราะเสนาะหู
แต่ดังอย่างนี้เขาเรียกว่าดังเหมือนกลองแตก!
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ ขอให้แข็งขันหน่อย ช่วยคณะสงฆ์ให้เต็มไม้เต็มมือ เพราะรู้ดีอยู่นี่ว่า จ.ศรีสะเกษ เล็กซะที่ไหน
ฟากเจ้าคณะ พระสังฆาธิการ เจ้าอาวาสก็ให้ช่วยสอดส่องดูแลพระลูกวัดของตน รูปไหนที่ชอบทำเรื่องเสื่อมเสียเป็นโลกวัชชะ ก็ควรจัดการลงโทษตามธรรมตามวินัย มิใช่หย่อนยาน ปล่อยปละละเลย
หวังว่าปีหน้า ข่าวพระเล่นพนันบั้งไฟ คงไม่ใช่ที่ศรีสะเกษ นะครับ







