
สธ.เล็งใช้โมเดลญี่ปุ่นดูแลคนแก่ระยะยาว
สธ.เล็งใช้ระบบดูแลผู้สูงอายุระยะยาวของญี่ปุ่นมาใช้ในไทย โดยใช้ระบบประกัน-เงินออม
สธ.เล็งใช้ระบบดูแลผู้สูงอายุระยะยาวของญี่ปุ่นมาใช้ในไทย โดยใช้ระบบประกัน-เงินออม
นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข(สธ.) กล่าวภายหลังรับฟังการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศญี่ปุ่นระหว่าง คณะของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะ นายคัตสุโนริ ฮารา อธิบดีสำนักสุขภาพและสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ และคณะผู้เชี่ยวชาญ ที่ญี่ปุ่นว่าผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นได้นำเสนอถึงปัญหาการดูแลผู้สูงอายุ โดยญี่ปุ่นใช้เวลาเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรสูงอายุจาก 7%เป็น 14%เพียง 25 ปี ซึ่งถือว่าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ต่างจากประเทศแถบยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ ที่ใช้เวลาประมาณ 50-120 ปี
ทั้งนี้ญี่ปุ่นจึงต้องใช้เงินจำนวนมากในการดูแลผู้สูงอายุ จนต้องจัดให้มีระบบประกันการดูแลระยะยาว ออกเป็นกฎหมาย ให้มีการจ่ายเงินเป็นค่าประกัน โดยเริ่มจ่ายเมื่ออายุ 40 ปี แต่จะมีผลในการใช้เมื่ออายุ 65 ปีขึ้นไป ตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 เพื่อดูแลผู้สูงอายุในการใช้ชีวิต นอกเหนือจากระบบประกันสุขภาพ
นพ.ประดิษฐกล่าวว่า นายกฯได้สั่งการให้ สธ.ศึกษาการทำระบบดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ด้วยระบบการจ่ายค่าประกัน โดยนำโครงการเงินออมมาใช้ และให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. สนับสนุน มีโปรแกรมเข้าไปดูแลผู้สูงอายุ ตลอดจนนำเอากองทุนสตรีมาร่วมดูแลผู้สูงอายุด้วย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์ถึง 10%







