
ข่าวสั้น
ถกใหญ่ป้องกันไฟดับ 27 พ.ค.
ถกใหญ่ป้องกันไฟดับ 27 พ.ค.
นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 พ.ค.ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ได้เชิญ 3 การไฟฟ้า ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มาประชุม เพื่อหารือกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดกรณีไฟฟ้าตกหรือไฟฟ้าดับในวงกว้างในยามวิกฤต หลังจากไฟฟ้าดับทั่วภาคใต้
ประเด็นที่จะพิจารณา คือ การวางแนวทางการให้อำนาจตัดสินใจในการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าให้รวดเร็วขึ้น สามารถสั่งการดับไฟหรือจ่ายไฟในบางพื้นที่เพื่อลดความเสียหายได้ทันกับเหตุการณ์ และมาตรการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
นอกจากนั้น เรกูเลเตอร์ได้ตั้งนายนภดล มัณฑะจิตร กรรมการ เรกูเลเตอร์ เป็นประธานอนุกรรมการเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและมาตรการเพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลา 12 สัปดาห์ ซึ่งกรณีไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ จะต้องมีการตรวจสอบว่าเกิดจากอะไร หากพบว่าเป็นความผิดพลาดของ กฟผ. ก็ต้องมีการพิจารณาค่าชดเชยในภายหลัง
หอฯ คาด กนง.คงดอกเบี้ย
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ คาดว่า กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.75% เพราะอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ขยายตัวเพียง 5.3% อาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 6-7% แต่ก็ถือว่าเป็นอัตราการขยายตัวที่ใช้ได้ไม่ได้ต่ำจนเกินไป จึงเชื่อว่า กนง.จะเก็บนโยบายอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ใช้ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงมากกว่านี้ และดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.75% ยังต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อซึ่งอยู่ที่ 3%
“หาก กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบายลง จะทำให้ดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบมากขึ้น ไม่สนับสนุนการออมในประเทศ ทำให้ผู้มีเงินออมนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ที่กำลังมีสัญญาณฟองสบู่ และขณะนี้ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่ามาอยู่ที่ระดับ 29.50 บาท/เหรียญสหรัฐ ถือว่าดีขึ้น แรงกดดันที่จะให้ กนง.ลดดอกเบี้ยเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาทก็น้อยลง” นายธนวรรธน์ กล่าว







