
ส่งออกโตสวนบาทแข็ง
ส่งออก เม.ย. โต 10.52% สวนกระแสบาทแข็ง พาณิชย์ไม่เลิกกระหน่ำ ธปท.
ส่งออก เม.ย. โต 10.52% สวนกระแสบาทแข็ง พาณิชย์ไม่เลิกกระหน่ำ ธปท.
กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขยอดส่งออกเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ายังมีมูลค่าเติบโตถึง 10.52% ทั้งที่เงินบาทเดือน เม.ย. เฉลี่ยที่ 29.07 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากค่าเฉลี่ยเดือน มี.ค. ที่ 29.62 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือน เม.ย. มีมูลค่า 18,698.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 10.52% มูลค่าในรูปเงินบาทอยู่ที่ 5.43 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.37% เนื่องจากฐานการส่งออกในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาต่ำ ประกอบกับสินค้าอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ารวมคิดเป็นสัดส่วน 66% ของการส่งออกทั้งหมดเริ่มฟื้นตัว มีการส่งออกที่ดีขึ้น
สำหรับการส่งออกช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย. 2556) ยังขยายตัว 5.74% คิดเป็นมูลค่า 7.56 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่ารูปเงินบาท 2.24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% โดยหมวดอุตสาหกรรมสำคัญส่งออกเพิ่ม 19.3% ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรลดลง 4.4%
นางวัชรี กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นกระทบต่อสินค้าเกษตรมาก เพราะผู้ประกอบการส่งออกมากดดันราคารับซื้อสินค้าเกษตรภายในประเทศให้ลดลง เพื่อชดเชยส่วนต่างเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
อย่างไรก็ตาม หวังว่าการส่งออกในช่วงไตรมาส 2 จะปรับตัวดีขึ้น และหวังว่าผู้ที่มีหน้าที่ในการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนจะมีการบริหารค่าเงินบาทให้ดีขึ้น เพราะว่าสถานการณ์ค่าเงินบาทวันนี้จะอ่อนค่าลง แต่ก็ยังไม่สอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค
“วันนี้แบงก์ชาติที่มีหน้าที่ดูแลค่าเงินบาท น่าจะรู้ดีที่สุดว่ากระทบมากแค่ไหน และควรต้องมีมาตรการทางการเงินการคลังออกมา รวมถึงแก้ต้นเหตุของปัญหาที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยที่ยังดีอยู่ และมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าตลาดโลก จึงจูงใจให้เงินไหลเข้ามาจนทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น” นางวัชรี กล่าว







