posttoday
ทางออกแห่งความขัดแย้งในประเทศไทย

ทางออกแห่งความขัดแย้งในประเทศไทย

13 เมษายน 2553

....สุเทพ กล่ำทวี

ขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองในบ้านเราระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายเสื้อแดงยังคงไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้น แถมยังมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นแล้วระหว่างการปะทะกันของทั้งสอง ผู้เขียนขออนุญาตใช้พื้นที่คอลัมน์ “เลาะขอบเวทีโลก” เป็นการ “เลาะขอบเวทีความขัดแย้งของไทย” และขอนำเสนอมุมมองที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อทางออกแห่งความขัดแย้งได้ในอนาคตอันใกล้

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความดีใจที่บรรดานักวิชาการจากสำนักสันติวิธีหลายสำนักและจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศหลายแห่ง ที่ได้ช่วยเสนอข้อคิดเห็นให้ทั้งรัฐบาลไทยและฝ่ายเสื้อแดงหันหน้ามาใช้วิธีการเจรจาเพื่อหาทางออกแห่งความขัดแย้ง อันเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความสงบและสันติ

แต่สิ่งที่ไม่น่าภาคภูมิใจได้อย่างเต็มที่ก็คือ บ้านเรามีนักวิชาการด้านสันติวิธีจำนวนมากแต่การแสดงความคิดเห็นเพื่อหาทางออกให้แก่บ้านเมืองของเรายังคงเป็นไปแบบสะเปะสะปะ ไม่สอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และยังขาดซึ่งความหลากหลายในทางออกของการแก้ไขปัญหา

ข้อเสนอใดๆ ก็แล้วแต่ที่มีความตั้งใจดีหรือมีเจตนาดี ไม่ว่าจะออกมาจากฝ่ายใดก็ตามย่อมเป็นที่น่าดีใจและน่ารับฟัง แต่ถ้าข้อเสนอที่ปรากฏออกมาสู่สาธารณชนเป็นเพียงข้อเสนอที่ดูเหมือนว่าในทางปฏิบัติจะกระทำได้ยาก หรือไม่อาจจะคาดหวังผลลัพธ์อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน การที่จะให้ฝ่ายรัฐบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ หรือเริ่มกระทำการใดๆ ก่อนอย่างไม่รอบคอบ ก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะคุ้มกับความเสี่ยงเท่าไรนักสำหรับรัฐบาลผู้ซึ่งมีหน้าที่และภาระความรับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติบ้านเมือง

ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ ทำไมหลายๆ ข้อเสนอแนะจากฝ่ายนักวิชาการและฝ่ายตัวแทนพลังสังคมทั่วไปจึงยังขาดน้ำหนักและความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะให้ทั้งฝ่ายสองฝ่ายตะแคงหูฟังและปฏิบัติ ถึงเวลาหรือยังที่นักวิชาการทั้งหลายต้องหันมาพิจารณาความศักดิ์สิทธิ์และความสำคัญในบทบาทของตนเองในสังคม

ผู้เขียนซึ่งบทบาทส่วนหนึ่งก็เป็นนักวิชาการมีความปรารถนาอยากจะเห็นพลังและความศักดิ์สิทธิ์ของนักวิชาการที่จะสามารถช่วยชี้นำความเคลื่อนไหวในทางบวกในสังคมไทย ขออนุญาตฝากข้อเสนอแนะทางออกการเมืองไทยไว้ดังนี้

นักวิชาการและผู้นำองค์กรทางสังคมรวมทั้งองค์กรสื่อสารมวลชนต้องหาทางช่วยกันระดมความคิดเพื่อหาหนทางสร้างพลังสังคมให้เข้มแข้ง และต้องช่วยกันหามาตรการโน้มน้าวและจูงใจให้ฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาล (โดยเฉพาะแกนนำเสื้อแดง) ให้หันหน้ามาใช้วิธีการเจรจา ซึ่งจุดยืนล่าสุดของฝ่ายเสื้อแดงก็มีการประกาศออกมาแล้วว่าจะไม่มีการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้นกับฝ่ายรัฐบาลและให้นายกรัฐมนตรียุบสภาในทันทีพร้อมทั้งต้องเดินทางออกจากประเทศไทยด้วย

บรรดานักวิชาการและผู้นำองค์กรทางสังคมทุกฝ่ายควรจะช่วยกันคิดต่อไปอีกว่า ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมเข้าร่วมเจรจา หรือแสดงเจตนารมณ์ให้เห็นถึงความไม่จริงใจในการเจรจา หรือแสดงจุดยืนที่ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งยุติผ่านทางการเจรจา นักวิชาการและพลังสังคมควรจะมีมาตรการอย่างไรเพื่อช่วยกันหาทางออก

ระหว่างที่ทุกฝ่ายกำลังหาทางออกในการยุติความขัดแย้งตามหลักการของประเทศประชาธิปไตยพัฒนาแล้ว รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องเดินหน้าให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเหมาะสมกับสถานการณ์ การงดบังคับใช้กฎหมายที่อาจจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรืออาจจะก่อให้เกิดสภาวะ “รัฐที่ล้มเหลว” ซึ่งจะถือว่าเป็นการไร้ซึ่งความรับผิดชอบของรัฐบาลและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นผู้นำต้องแสดงความเป็นผู้นำอย่างเด็ดขาด

ก่อนที่จะมีการเปิดการเจรจาต่อรองรอบใหม่บรรดานักวิชาการและผู้นำองค์กรสังคม รวมทั้งองค์กรสื่อมวลชนควรช่วยกันรณรงค์หรือชี้นำให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “เป้าหมายสูงสุดของการเจรจา” ซึ่งจะต้องเป็นไปเพื่อความสันติและความสงบสุขเรียบร้อยของประเทศชาติ ทั้งสองฝ่ายจะต้องพร้อมเสียสละเป้าหมายใดก็ตามที่เป็นผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะพวกพ้องเพื่อไม่ให้ขัดต่อเป้าหมายสูงสุด

ตัวแทนในการเจรจาทั้งสองฝ่ายจะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจได้จริงๆ กรณีนี้ฝ่ายรัฐบาลดูเหมือนว่าจะไม่น่า แต่แกนนำเสื้อแดงก็จะต้องพิสูจน์ให้สังคมเห็นด้วยเช่นกันว่าฝ่ายตนมีอำนาจและอิสระอย่างแท้จริงระหว่างการเจรจา

ผลการเจรจาต่อรองทุกครั้งจะต้องมีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันและมีการเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้ การเจรจาต่อรองรอบใหม่จะต้องมีการดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้สังคมไทยลุกลามกลายเป็นสังคมที่ไม่มีขื่อมีแป

ถ้าการเจรจาต่อรองรอบใหม่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ตัวนายกรัฐมนตรีต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายต่อไป หรือจะหาทางออกทางการเมืองไม่ว่าจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม หรือท้ายที่สุดอาจจะต้องตัดสินใจยุบสภาให้มีการเลือกตั้งกันใหม่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน