
มาฆบูชาร่วมอนุโมทนากับชาวพุทธในอินเดีย (๒๒)
.....พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบอาราธนาพระอาจารย์ ช่วยกรุณาเล่าเรื่องผลความสำเร็จของการจัดงานมาฆบูชาโลกในประเทศอินเดีย และมุมมองใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา อันควรแก่การศึกษาตามที่ปรากฏในบทความ สว่าง ณ กลางใจ ของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์...
วิสัชนา : ซึ่งมีคำกล่าวต้อนรับในฐานะเจ้าของพื้นที่ต่อชาวพุทธทั่วโลก ทั้งพระสงฆ์และประชาชนที่มาร่วมในงานซึ่งมีคำกล่าวตอนหนึ่งว่า
“...
ชาวอินเดียมีความภาคภูมิใจที่ได้ระลึกถึงวันสำคัญในทางพระพุทธศาสนา และวัดเวนูวัน (Venuvana) ซึ่งตั้งอยู่เมืองราชคฤห์ เป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญน่าจดจำไว้ว่า เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา มีความหมายอันลึกซึ้งกับพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในกาลสมัยที่พระพุทธองค์ทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์ อย่างไรก็ตามตราบใดที่ข้าพเจ้ายังอยู่ในประเทศอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นที่แห่งใด ข้าพเจ้าพร้อมให้การสนับสนุนและอนุโมทนาในความตั้งใจอันดีงามที่สืบทอดพระธรรมคำสั่งสอน และความตั้งใจอันสูงส่งที่จะรักษาพุทธสถานอันสำคัญของพระพุทธศาสนา ของท่านพระอาจารย์อารยะวังโส (Ven.Arayawangso) ไว้ตลอดไปด้วยความยินดี” ซึ่งนอกเหนือจากคำกล่าวดังกล่าวแล้ว หัวหน้าวิปรัฐบาลอินเดีย (รัฐพิหาร) ยังได้เดินทางไปมอบผ้าคลุมไหล่แด่อาตมา เนื่องในวันเทศกาลโฮลีของชาวฮินดู ณ ด้านล่างภูเขาคิชฌกูฏในวันที่ ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๓ พร้อมทั้งได้แสดงความเป็นกัลยาณมิตรโดยการร่วมขบวนรถม้า (ตังกา) ที่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุพระอริยสงฆ์ คัมภีร์พระปาฏิโมกข์ ฯลฯ ซึ่งตั้งต้นขบวนจากเชิงเขาคิชฌกูฏ เพื่อแห่อัญเชิญมุ่งหน้าไปตามถนนสู่วัดเวฬุวันมหาวิหาร เป็นครั้งแรกที่เกิดขบวนพิธีการดังกล่าวของพระพุทธศาสนาในพระนครแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งในอดีตนามว่าพระนครราชคฤห์ แห่งแคว้นมคธนั่นเอง ท่ามกลางบรรยากาศและความปีติยินดีของเราชาวพุทธ ท่าม กลางรอยยิ้มฉันมิตรของชาวฮินดู ประกายแห่งแสงสันติภาพเกิดขึ้นแล้วในชมพูทวีป นับว่าเป็นมิมิตหมายที่ดีต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอันมีจุดมุ่งหมายเพื่อความสุขของโลกนี้ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นและจะเบ่งบานไปในเบื้องหน้าอย่างแน่นอนนอกเหนือไมตรีจิตจากรัฐบาลอินเดียผ่านผู้แทนระดับสูง และข้าราชการของรัฐในพื้นที่ซึ่งแสดงออกถึงความยินดีสนับสนุน โดยการอำนวยความสะดวกในการจัดใช้สถานที่ต่างๆ ตลอดจนถึงการดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างดีแล้ว ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่บอกถึงเหตุอันสำคัญต่อการสืบอายุพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนต่อไป โดยเฉพาะการคืนกลับมาของพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป (อินเดีย) แล้วนั้น ยังมีกำลังสำคัญที่บ่งบอกถึงความสำเร็จตามจุดมุ่งหมายของการจัดงาน คือการร่วมแรงร่วมใจสืบสานอุดมการณ์ของพระสงฆ์นานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นเถรวาทนิกาย หรือมหายานนิกาย หรือพุทธศาสนานิกายน้อยใหญ่ต่างๆ ซึ่งได้ส่งตัวแทนของพระสงฆ์แต่ละนิกาย แต่ละชาติมาร่วมงานในวันมาฆบูชาดังกล่าว ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร เช่น คณะสงฆ์อินเดียที่มีตัวแทนเดินทางมาจากเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมหาราษฏระ ออรังกาบัด สาวัตถี อัสสัม เบงกอล ลาดัค กัลกัตตา ดาจีร์ลิง มณีปุระ ฯลฯ หรือพระสงฆ์นานาชาติจากไทย ศรีลังกา ทิเบต เมียนมาร์ บังกลาเทศ ภูฏาน สิกขิม เนปาล ญี่ปุ่น ฯลฯ
จากการรวมพลังของพระสงฆ์จำนวนหลายร้อยรูปในครั้งนี้ เพื่อร่วมงานสักการบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าเนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของคณะสงฆ์ในพระพุทธศาสนาที่จะได้แสดงออกถึงความไม่แตกต่างกัน บนความเคารพสักการะพระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน มีพระธรรมวินัยอย่างเดียวกัน ด้วยการเดินทางมาเรียนรู้โอวาทปาฏิโมกข์ของพระพุทธองค์ที่ประทานไว้แด่พระสงฆ์สาวก ณ วัดเวฬุวันมหาวิหารแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นนิมิตหมายอันสำคัญที่สุดต่อการแสดงออกถึงพลังความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของพุทธบริษัท
จึงไม่แปลกหากจะพยากรณ์ว่า
“บัดนี้ พระพุทธศาสนาได้เดินทางเข้าสู่กาลเวลาอันสำคัญ เพื่อจะฉายแสงธรรมไปสู่สัตว์โลกในชมพูทวีปและทั่วสากลจักรวาลอีกครั้งหนึ่ง” ดังคำกล่าวของสมเด็จพระสังฆราชแห่งประเทศศรีลังกา ซึ่งทรงเดินทางมาเป็นประธานในศาสนพิธี ณ วัดเวฬุวัน เมื่อวันที่ ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๓ ไว้ โดยทรงพระกรุณาประทานความเห็นเนื่องในการจัดงานมาฆบูชาโลกปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ไว้ดังนี้คำกล่าวอนุโมทนาของสมเด็จพระสังฆราชจากประเทศศรีลังกา
อาตมาขอถวายสักการะแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ และขอเจริญพรคณะสงฆ์ที่เดินทางมาจากนานาประเทศ คณะกรรมการจัดงานมหามาฆบูชา พระอาจารย์อารยะวังโส พระสงฆ์จากอินเดีย ประเทศไทย พม่า กัมพูชา ทิเบต ภูฏานและประเทศอื่นๆ และขอเจริญพรท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินเดีย แขกผู้มีเกียรติ อุบาสก อุบาสิกาจากประเทศไทยและที่เดินทางจากเมืองต่างๆ ของประเทศอินเดียและจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
อ่านต่อฉบับหน้า







