
ชวนนท์ซัดนพดลบิดเบือนปมทักษิณ
โฆษกปชป. ฉะ นพดล ใช้จินตนาการแต่งนิยาย บิดเบือนปมทักษิณ ประจานตัวเอง ด้าน"องอาจ"แนะ"ปู"เอาอย่าง ซูจี ปาฐกถา
โฆษกปชป. ฉะ นพดล ใช้จินตนาการแต่งนิยาย บิดเบือนปมทักษิณ ประจานตัวเอง ด้าน"องอาจ"แนะ"ปู"เอาอย่าง ซูจี ปาฐกถา
นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ตอบโต้แถลงการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ กรณีการแสดงปาฐกถาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ประเทศมองโกเลีย นั้น ว่า เป็นการแถลงที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่ใช้เพียงความคิดจินตนาการ และความรู้สึกส่วนตัว เพื่อนำไปประจานตัวเองต่อต่างชาติ ซึ่งหากยังพูดจาฟุ้งซ่านอีกต่างประเทศก็จะหัวเราะเยาะเอาได้ เช่น ที่ระบุว่าการตั้งรัฐบาลนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ มีการแทรกแซงและใช้อำนาจลับ ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยสมาชิกรัฐสภา นอกจากนี้ที่บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้รับสัมปทานและประโยชน์ในสมัยรัฐบาลเผด็จการ แต่กลับได้รับสัมปทานสัญญาณดำเนินการดาวเทียม ซึ่งมีการเซ็นสัญญาชัดเจนระหว่างกระทรวงคมนาคมและบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2534
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายนภดลบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีทรัพย์สินก่อนเข้าสู่การเมือง 60,000 ล้านบาท แต่ตนกลับพบการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อปี 2540 ในรัฐบาล พล อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จำนวน 23,878 ล้านบาท และในปี 2544 ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ 1 จำนวน 15,204 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นตัวชี้และมัดตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ว่ามีการซุกหุ้นและทุจริตคอรัปชั่นเชิงนโยบายจริง
“พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ประโยชน์จากการปฏิวัติรัฐประหารมากที่สุด หากไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ก็จะไม่มีเศรษฐีที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เกิดขึ้นในประเทศไทย”นายชวนนท์ กล่าว
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรใช้การแสดงปาฐกถาที่ประเทศมองโกเลีย เป็นอุทาหรณ์ให้ตัวเอง โดยที่นายกฯ ควรเน้นความเป็นไทยที่สง่างาม และไม่ควรแสดงวิสัยทัศน์ที่สร้างความแตกแยกเพิ่มขึ้นในประเทศ รวมทั้งไม่ควรนำประเด็นความขัดแย้งภายในไปขยายผลในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งนี้อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ดูการปาฐกถาของนางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านประเทศพม่า เป็นแบบอย่าง ซึ่งได้แสดงปาฐกถา บนเวทีเดียวกัน ทั้งที่นางอองซาน ก็ได้รับผลกระทบจากการกระทำของรัฐบาลพม่า แต่นางอองซาน ก็ไม่เคยดำเนินการใดๆ ให้เกิดความขัดแย้ง หรือนำบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแสดงปาฐกถา







