posttoday
อย่าอคติ

อย่าอคติ

09 พฤษภาคม 2556

ระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนรัฐบาลจะต้องการปลดนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ได้ โดยอ้างเงินบาทที่แข็งค่า และ ธปท.ไม่ยอมลดดอกเบี้ย

ระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนรัฐบาลจะต้องการปลดนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ได้ โดยอ้างเงินบาทที่แข็งค่า และ ธปท.ไม่ยอมลดดอกเบี้ย

จากนั้นก็มีรัฐมนตรี นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการ ธปท. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ออกมาให้ข่าวกดดัน ธปท. เป็นระยะ

ล่าสุด ถึงขั้นประชุมลับในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อหารือแนวทางการปลดนายประสาร แต่เนื่องจากกฎหมายธนาคารแห่งประเทศไทยปัจจุบัน กำหนดว่า ผู้ว่า ธปท.ต้องทำความเสียหายอย่างร้ายแรงเท่านั้น จึงจะปลดได้

นายวีรพงษ์ จึงออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ธปท.กำลังขาดทุนจากเงินบาทแข็งค่ากว่า 8 แสนล้านบาทแล้ว และจะเป็น 1 ล้านล้านบาทในระยะอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ระบุว่า ช่วงดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท. ปี 2544-2549 เงินบาทแข็งค่าขึ้นถึง 20.87% ยุคผู้ว่าฯ คนถัดมา นางธาริษา วัฒนเกส เงินบาทแข็งอีก 23.72% แต่ไม่มีใครออกมาไล่ออกจากตำแหน่ง

ขณะที่ยุคนายประสาร เงินบาทแข็งค่า 3.46% กลับมีการประสานเสียงจะให้ออกจากตำแหน่งให้ได้ เพราะไม่ยอมลดดอกเบี้ยตามคำสั่งรัฐบาล ทั้งที่รัฐบาลก็รู้ว่าการขึ้นหรือลดดอกเบี้ยไม่ได้อยู่ที่ผู้ว่า ธปท. แต่เป็นอำนาจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

และถ้าดอกเบี้ยเป็นสาเหตุหลักให้ค่าเงินแต่ละประเทศแข็งค่าแล้ว อินโดนีเซียที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าไทย คือ 5.75% ก็ควรใช้วิธีลดดอกเบี้ยแก้ปัญหา แต่อินโดนีเซียกลับออกมาตรการอื่น เช่น การควบคุมการซื้อพันธบัตรระยะสั้น เป็นต้น

ในขณะที่ไทยเองก็มีมาตรการที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน แต่รัฐบาลกลับไม่หยิบยกขึ้นมาพิจารณา เช่นการเก็บภาษี เฉพาะเงินต่างประเทศที่เข้ามาเก็งกำไร

ความจริงแล้ว เงินบาทที่แข็งค่านั้นไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทย เพราะการส่งออกสร้างรายได้ให้ประเทศถึง 60% ของจีดีพี

แต่หากรัฐบาลต้องการแก้ปัญหานี้อย่างแท้จริง และไม่ได้มีอคติกับนายประสาร แนวทางที่ควรจะเกิดขึ้นคือ การร่วมมือกับ ธปท. นำมาตรการทุกอย่างมาเรียงลำดับ แล้วพิจารณาร่วมกัน หาข้อดีข้อเสียร่วมกัน แล้วตัดสินใจ

แต่รัฐบาลกลับมุ่งให้ลดดอกเบี้ยอย่างเดียว ทำให้คิดได้ว่า แท้จริงแล้วรัฐบาลไม่ได้ต้องการแก้ปัญหาเงินบาท แต่ต้องการปลดผู้ว่า ธปท.

ซึ่งไม่ว่าจะต้องการปลดด้วยอคติหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม ก็ไม่เป็นผลดีต่อการบริหารเศรษฐกิจในระยะยาวแน่นอน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI