
มาเลเซีย
จบสิ้นไปแล้วกับการเลือกตั้งมาเลเซียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กับการชนะการเลือกตั้งของพรรคร่วมพันธมิตรรัฐบาลที่เรียกว่า บาริซัน โดยมีพรรคสหมาเลย์แห่งชาติ หรือพรรคอัมโน เป็นแกนนำ ต่ออายุการปกครองมาเลเซียต่อไปเป็นปีที่ 56
จบสิ้นไปแล้วกับการเลือกตั้งมาเลเซียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กับการชนะการเลือกตั้งของพรรคร่วมพันธมิตรรัฐบาลที่เรียกว่า บาริซัน โดยมีพรรคสหมาเลย์แห่งชาติ หรือพรรคอัมโน เป็นแกนนำ ต่ออายุการปกครองมาเลเซียต่อไปเป็นปีที่ 56
แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ต้องบอกว่าสั่นสะเทือนพรรครัฐบาลไม่น้อยครับ เพราะว่าได้เสียงสนับสนุนน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยได้ไป 133 ที่นั่ง ขณะที่ฝ่ายค้านนำโดย อันวาร์ อิบราฮิม ได้เก้าอี้ไป 89 ที่นั่งมากที่สุดที่เคยมีมา
ตรงนี้แหละครับ ที่กำลังจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองมาเลเซีย การเลือกตั้งครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ความนิยมในพรรคฝ่ายค้านของมาเลเซียมีมากขึ้น และชาวมาเลเซียเริ่มอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น แทนที่จะถูกผูกขาดโดยพรรคอัมโนมานานกว่าครึ่งศตวรรษครับ
ถามว่าฐานเสียงของพรรคอัมโน หรือพรรคร่วมรัฐบาลนั้น คือ คนกลุ่มใด ก็ต้องบอกว่าเป็นคนกลุ่มประชาชนเชื้อสายมาเลย์ ที่มีจำนวนอยู่ราว 50% ของประชากรทั้งหมด และก็มีกลุ่มคนเชื้อสายท้องถิ่นในรัฐซาราวัก และซาบาห์ ที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 15%
คนทั้งสองกลุ่มนี้ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายประชานิยมของอัมโนในช่วงการปกครองที่ผ่านมา โดยกลุ่มคนมาเลย์จะได้สิทธิพิเศษต่างๆ นานาในหลายๆ เรื่องทั้งการเข้ารับราชการ การศึกษา และอื่นๆ อีกมาก โดยเมื่อช่วงก่อนการเลือกตั้ง รัฐบาลก็ยังแจกเงินฟรีให้กับครอบครัวยากจนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในซาราวักและซาบาห์อีกด้วย
ส่วนฐานเสียงของพรรคฝ่ายค้านก็เป็นคนรุ่นใหม่และคนเสื้อสายจีน ที่เห็นความไม่เท่าเทียมของการปกครองของอัมโนที่มักจะเลี้ยงดูปูเสื่อคนเชื้อสายมาเลย์ราวกับลูก แต่คนเชื้อสายอื่นกลับถูกปฏิบัติเหมือนคนอื่น
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะแพ้ไป แต่ก็เป็นนิมิตหมายอันดีครับ ที่การเลือกตั้งครั้งต่อไปในอีก 4 ปีข้างหน้า ต้องบอกว่าพรรคฝ่ายค้านมาแรงแน่ครับ
และที่สำคัญคือ อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพรรคฝ่ายค้านประกาศจะอยู่สู้ต่อด้วย
ส่วนฝ่ายอัมโน ถ้าหากไม่หาตัวเลือกใหม่มาแทนที่ นาจิบ ราซัค ผู้นำคนปัจจุบัน ก็ต้องบอกว่างานหนักครับ เพราะว่าตลอดการปกครองของ ราซัค ในช่วงที่ผ่านมานั้น ต้องเรียกว่าขาดความเด็ดขาดไปเยอะเมื่อวัดฝีมือกับผู้นำคนก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี หรือ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด
ต้องติดตามกันต่อไปครับ มาเลเซียถือว่าเป็นชาติหนึ่งในอาเซียนที่ไร้ซึ่งความเป็นประชาธิปไตยในทางการเมืองมากที่สุด ประเทศถูกผูกขาดโดยพรรค พรรคเดียวมากว่า 50 ปี
ต้องตามลุ้นกันว่า มาเลเซียจะปลดล็อกประชาธิปไตยได้หรือไม่ครับ







