
ชาวกาบเชิงโวยอบจ.สุรินทร์ไล่ที่
ชาวกาบเชิงร้องถูก อบจ.สุรินทร์ไล่ที่ อ้างต้องปรับปรุงพื้นที่รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ชาวกาบเชิงร้องถูก อบจ.สุรินทร์ไล่ที่ อ้างต้องปรับปรุงพื้นที่รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ชาวบ้านชุมชนตลาดสด บขส.กาบเชิง ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กว่า 100 หลังคาเรือน ได้เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า ได้รับความเดือดร้อนและเพื่อขอความเป็นธรรม จากกรณีที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์(อบจ.) ได้ออกประกาศ ลงวันที่ 2 พ.ค.56 เรื่องให้รื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ออกจากพื้นที่โครงการตลาดกลางแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรและสถานีขนส่งอำเภอกาบเชิง ภายใน 60วัน เพื่อพัฒนาปรับปรุงพื้นที่รองรับระบบเศรษฐกิจแบบเสรีในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน(เออีซี) หากเพิกเฉย อบจ.สุรินทร์ มีความจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายแก่ผู้ฝ่าฝืน ไม่ให้ความร่วมมือในฐานะผู้บุกรุกสถานที่หรือที่ดินของราชการ
ทั้งนี้ชาวชุมชนตลาด บขส.อำกาบเชิงได้ประชุมหารือกัน เพื่อหาแนวทางในการเรียกร้องความเป็นด้วยการเข้าชื่อ เพื่อร้องเรียนถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง2แปลง ในส่วนของ สปก.และที่ดินราชพัสดุ ว่า อบจ.สุรินทร์ ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พร้อมขอความอนุเคราะห์สถานที่สำหรับทำมาหากินเนื่องจากไม่มีที่อยู่อาศัยและชาวบ้านส่วนใหญ่ฐานะยากจน ต้องกู้หนี้ยืมสินมาสร้างอาคารสถานที่ กลับถูกสั่งไล่ที่ รื้อถอนภายใน 60วัน
นางพิมรัตน์ พาณิชอนันตกิจพิพัฒน์ เจ้าของร้านกาบเชิงกิจเจริญ กล่าวว่า อบจ.สุรินทร์ไล่ที่ชาวบ้าน เพื่อปรับปรุงพื้นที่รองรับอาเซียน แต่ทุกวัน บขส.มีรถบัสสีส้ม 99 วิ่งแค่คันเดียว ลงทุนก่อสร้าง บขส.อำเภอกาบเชิง หมดไป 30 ล้านบาท ส่วนตลาดตลาดกลางแลกเปลี่ยนสินค้า อบจ.สุรินทร์ ทั้งตลาดมีแผงลงขายเนื้อหมูอยู่แผงเดียว ใกล้ร้างลงทุกวัน การมาประกาศไล่ที่ให้ออกภายใน 60วัน ตนและชาวบ้านที่นี้ไม่ยอมแน่นอน ตนเข้ามาอยู่ตังแต่ปี พ.ศ.2546ชาวบ้านที่นี้กว่า 70 หลังคาเรือน มีพ่อค้าแม่ค้าเดือนร้อนกว่า 300 คน ก็คงต้องออกมาต่อสู้และต่อต้านรักษาสิทธิของประชาชน เพราะที่ดินตรงนี้เป็นที่ดิน สปก.และที่ราชพัสดุ ประชาชนย่อมเข้ามาอยู่ได้ ถ้าประชาชนบุกรุก อบจ.สุรินทร์ก็ถือว่าบุกรุกเช่นกัน







