posttoday
โลกมองไทย

โลกมองไทย

02 พฤษภาคม 2556

สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูงของกัมพูชา ว่า ในวันที่ 16-17 พ.ค.นี้ ไทยและกัมพูชาจะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทยกัมพูชา (จีบีซี) ครั้งที่ 9 ร่วมกัน โดยไทยจะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าว สำหรับเป้าหมายของการหารือนั้นเป็นไปเพื่อการสร้างเสริมสันติภาพและความร่วมมือในการดูแลความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ

สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูงของกัมพูชา ว่า ในวันที่ 16-17 พ.ค.นี้ ไทยและกัมพูชาจะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทยกัมพูชา (จีบีซี) ครั้งที่ 9 ร่วมกัน โดยไทยจะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าว สำหรับเป้าหมายของการหารือนั้นเป็นไปเพื่อการสร้างเสริมสันติภาพและความร่วมมือในการดูแลความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ

“การประชุมดังกล่าวจะมีประธานการประชุมร่วมสองท่าน นั่นคือ รัฐมนตรีกลาโหมของแต่ละฝ่าย โดยฝ่ายกัมพูชาคือ พล.อ.เตียบัณห์ ขณะที่ฝ่ายไทยคือ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต” เนียง พัด เลขาธิการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าว ในระหว่างกำลังเดินทางขึ้นเครื่องบินจากท่าอากาศยานในกรุงพนมเปญมายังกรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมล่วงหน้ากับข้าราชการกระทรวงกลาโหมของไทย

เลขาธิการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา กล่าวต่ออีกด้วยว่า ความร่วมมือในการดูแลความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนของกัมพูชากับไทยจะมุ่งเน้นไปที่การปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ายาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ พร้อมกันนี้ทั้งสองฝ่ายจะหารือกันถึงเรื่องของมาตรการที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้กำลังปะทะกันทางทหารในอนาคต และการกำจัดถอนทุ่นระเบิดที่วางอยู่รายล้อมบริเวณปราสาทพระวิหารอีกด้วย

ทั้งนี้ ในปัจจุบันกัมพูชาและไทยกำลังมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับเขตแดนในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณตัวปราสาทพระวิหารอยู่ โดยล่าสุดเรื่องดังกล่าวได้ถูกนำขึ้นไปพิจารณาที่ศาลโลกแล้ว และคาดว่าในปลายปีนี้ศาลจะมีคำตัดสินออกมา ขณะที่ตัวปราสาทพระวิหารนั้น ศาลโลกได้ตัดสินให้กัมพูชาเป็นเจ้าของไปแล้วตั้งแต่ปี 1962 ส่วนในปี 2008 ปราสาทดังกล่าวได้รับการรับรองให้ขึ้นเป็นมรดกโลก โดยองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ไปแล้ว

ขณะที่เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับการสร้างความโปร่งใสและการตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลภายในในการใช้ซื้อขายหุ้น (อินไซเดอร์) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาด ซึ่งเขียนโดย ดร.ภวิดา ปานะนนท์ นักวิชาการด้านการบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เนื้อหาใจความสำคัญของบทความดังกล่าวระบุว่า ปัจจุบันความเคลื่อนไหวของการเข้าซื้อและควบรวมกิจการ (เอ็มแอนด์เอ) ของบริษัทไทยในตลาดโลกกำลังเป็นที่จับตามองจากทั่วทุกมุมโลก ดังเห็นได้จากกรณีการเข้าซื้อบริษัท สยามแม็คโคร และบริษัท ผิงอัน ของบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และการเข้าเทกโอเวอร์ในบริษัท เฟรเซอร์แอนด์นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ

อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อกิจการของบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้มักจะตามมาด้วยความผิดปกติของการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ขณะที่ทางการไทยก็ดำเนินการสอบสวนไปอย่างเชื่องช้า ดังเห็นได้จากกรณีการเข้าตรวจสอบการเข้าซื้อหุ้นของบริษัท สยามแม็คโคร ของซีพี มูลค่า 6,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.9 แสนล้านบาท)

ดังนั้น ทางการไทยที่มีส่วนรับผิดชอบในการดูแลด้านตลาดหุ้น จึงจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจให้ว่าจะสามารถจัดการและสร้างมาตรการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้อย่างเหมาะสมและโปร่งใส หากตลาดหุ้นไทยยังต้องการที่จะก้าวขึ้นเทียบเคียงกับตลาดหุ้นยักษ์ใหญ่ในเอเชีย เช่น ฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งประเทศเหล่านี้ล้วนมีมาตรฐานดูแลตลาดการเงินที่สูงมาก

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา