
พี่มาก
ไม่ได้ดูหนังโรงมาหลายปี แต่คราวนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว เพราะมีหลายคนบอกว่าต้องไปดู “พี่มาก...พระโขนง” ให้ได้
ไม่ได้ดูหนังโรงมาหลายปี แต่คราวนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว เพราะมีหลายคนบอกว่าต้องไปดู “พี่มาก...พระโขนง” ให้ได้
ผมไปดูด้วยความกระตือรือร้นด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น อยากทราบว่าดีจริงตามคำร่ำลือหรือไม่ สมกับที่ทำลายสถิติรายได้ของหนังไทยหรือไม่ หากดีจริง ผมก็อยากมีส่วนช่วยส่งเสริม สนับสนุน รวมทั้งอาจช่วยเผยแพร่และชักชวนให้คนไปดูกันมากๆ ยิ่งขึ้น
ผมไปดูรอบค่ำ ประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง พบว่ามีคนดูไม่ถึงครึ่งโรง ทำให้รู้สึกประหลาดใจที่หนังดังขนาดนี้ เหตุใดจำนวนคนดูจึงซาลงเร็วเพียงนี้ ซึ่งผมก็คาดเดาเอาเองว่าอาจมาจากสาเหตุ 3 ประการ ดังนี้
หนึ่ง โรงที่ผมไปดูตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ จึงฉายเรื่องนี้มานานเต็มเดือนแล้ว คนในละแวกนั้นคงดูกันเกือบหมดแล้ว สำหรับที่อื่นที่เพิ่งไปฉาย เช่น ตามต่างจังหวัด อาจยังมีคิวยาวก็เป็นได้
สอง ค่าดูหนังโรงสมัยนี้ไม่ถูกเลย เมื่อรวมกับค่าป๊อปคอร์นหนึ่งถุงและน้ำเปล่าหนึ่งขวด ก็สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำเสียอีก ทำให้จำนวนคนที่มีกำลังซื้ออาจจะมีจำกัด หลายคนอาจต้องหันไปแสวงหาความบันเทิงอย่างอื่นแทน
สาม แม้จะเป็นข่าวใหญ่เรื่องทุบสถิติรายได้ แต่ก็เป็นข่าวเก่าตั้งแต่ช่วงสงกรานต์แล้ว ในช่วง 2 สัปดาห์หลัง ข่าวต่อเนื่องทั้งในทีวีและหนังสือพิมพ์มีน้อย ทำให้ผมรู้สึกเสียดายแทนเจ้าของหนังว่า หากบริหารงานด้านประชาสัมพันธ์ได้ดีกว่านี้ ก็อาจจะมีแรงส่งช่วยให้ไม่ตกเร็ว
กลับมามองในแง่มุมของความบันเทิงดูบ้าง แม้กระเป๋าเงินจะเบาลงไปหลายร้อยบาท แต่ผมก็ไม่รู้สึกเสียดาย และเชื่อว่าได้อรรถรสเกินคุ้ม
หนังเรื่องนี้อาจไม่ยิ่งใหญ่เหมือน “สุริโยไท” หรือ “ไททานิก” หรืออาจไม่ได้ขายความหล่อ ความสวยของผู้แสดง แต่ก็มีจุดเด่นในการให้ความสนุกสนานกับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และทุกระดับความรู้
ความเด่นน่าจะอยู่ที่การเขียนบท ซึ่งสอดแทรกมุขเด็ดๆ และมีการหักมุมให้คนดูเกิดความสนใจและเร้าใจตลอดเรื่อง ไม่มีช่วงไหนที่รู้สึกอืด หรือง่วงเหงาหาวนอนแต่ประการใด
ดูแล้วเกิดความรู้สึกอยากให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะบางประการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
ประการแรก หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องทุ่มทุนสร้างมหาศาล เปรียบกับเจ้าของสถิติเดิมคือ สุริโยไท ซึ่งเป็นหนังใหญ่ ใช้ทั้งเงินทุน จำนวนนักแสดง และเวลาในการสร้างมากกว่ากันมาก
ส่วนการจะนำไปเปรียบเทียบกับหนังใหญ่ ของฮอลลีวูดคงเป็นไปไม่ได้ เพราะตลาดของเขาคือตลาดโลก ซึ่งใหญ่กว่าตลาดหนังไทยเป็นอันมาก ทำให้เขาสามารถทุ่มทุนในการสร้างให้อลังการ ซึ่งเป็นเรื่องเกินกำลังสำหรับอุตสาหกรรมหนังของเรา
พี่มาก...พระโขนง เป็นหนังผีแบบเบาสมองในแนวซิตคอม (Sitcom) คล้ายๆ กับละครทีวีจบเป็นตอนๆ แบบ “บางรักซอย 9” หรือ “ผู้กองเจ้าเสน่ห์”
หนังหรือละครทีวีประเภทนี้สร้างไม่ยาก สร้างได้เร็วและมีความเสี่ยงต่ำ เพราะไม่ต้องใช้ทุนมากนัก แต่จะทำให้โดนใจคนดูต้องกำกับดี แสดงดี และต้องมีมุขเด็ดที่สามารถเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
ผมไม่ทราบว่าเจ้าของหนังได้วางแผนสร้างภาค 2 ไว้แล้วหรือยัง ถ้ายัง นอกจากผมจะแนะนำให้เตรียมสร้างแล้ว ยังอยากแนะนำให้พยายามรักษาระดับคุณภาพให้ดี จะได้มีภาค 3 ภาค 4 ต่อไปได้ เป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดความสำเร็จจากภาคแรก
ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นไปได้ที่จะเอาไปสร้างเป็นละครทีวีได้หลายสิบตอน
ประเด็นที่สอง ผมเชื่อว่าไม่มีใครคาดคิดล่วงหน้าว่าหนังจะประสบความสำเร็จมากเพียงนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นเรื่องที่คาดเดาล่วงหน้าได้ยาก
เมื่อขายดี ก็คงมีเงินเหลือเป็นกำไรมาก จึงอยากแนะนำให้กันเงินกำไรส่วนหนึ่งสำหรับสร้างทีมงานในการเขียนบทให้กับภาคต่อๆ ไป และให้กับงานสร้างหนังอื่นๆ ในอนาคต
ที่แนะนำเช่นนี้ เพราะเป็นห่วงว่า หากพึ่งแต่คนเขียนบทคนเดิม โดยไม่มีทีมงานช่วย มุขตลกในภาคต่อๆ ไปอาจหนีไม่พ้นความซ้ำซาก จนคนดูจับได้และรู้สึกเสียดายเงิน
ผมขอยกตัวอย่างวิธีสร้างหนังหรือละครซิตคอมของฮอลลีวูด เขาจะจ้างทีมงานมืออาชีพทีมใหญ่มานั่งประชุมระดมสมองร่วมกัน เพื่อผลิตมุขใหม่ๆ ออกมาตลอดเวลา คนดูจะได้ไม่เบื่อ และเรตติ้งจะได้ไม่ตก
นอกจากนี้ เขายังมีระบบแขกรับเชิญ คือใครมีไอเดียหรือแนวคิดที่ดี ก็จะเชิญหรือจ้างมาช่วยเขียนบท อาจจะทั้งตอนหรือเพียงบางส่วนก็ได้
ประการสุดท้าย ผมอยากให้รัฐมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมส่งออกอื่นๆ เพื่อยกระดับหนังไทยให้มีคุณภาพมากขึ้น เป็นที่นิยมของคนดูทั้งในประเทศและในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน
ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลเกาหลีใช้มาตรการอะไรบ้าง แต่อุตสาหกรรมบันเทิงของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้เข้าไปยึดครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศต่างๆ รวมทั้งในบ้านเราด้วย ซึ่งประโยชน์ที่ได้มันกว้างไกลกว่าเรื่องบันเทิง แต่ยังแผ่อานิสงส์ไปถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ
รัฐบาลน่าจะศึกษาวิธีการของเกาหลี และนำมาปรับใช้กับอุตสาหกรรมบันเทิงของไทย รวมทั้งอาจช่วยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในส่วนที่เกิดจากการลงทุนสร้างหนัง ตลอดจนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนที่เป็นค่าตัวนักแสดง
อย่าไปอิจฉาความร่ำรวยฟุ้งเฟ้อของดารา และเห็นดาราเป็นเหยื่อในการรีดภาษี แต่ควรชื่นชมที่เขานำความบันเทิงมาให้ และขอบคุณที่เขาช่วยทำรายได้ให้กับประเทศชาติ
ก่อนจบอยากขอเชิญชวนให้คนที่ยังไม่ได้ดูพี่มากให้ไปช่วยดูกันให้มากๆ







