
ลดเครดิตไทย
ม็อบแดงพรก.ฉุกเฉินพ่นพิษหนักญี่ปุ่นหั่นเกรดประเทศ
โพสต์ทูเดย์
— ม็อบแดงแผลงฤทธิ์ทุบเครดิตประเทศพัง “JCR” ของญี่ปุ่นหั่นเหลือ A จาก A+ ค่าประกันความเสี่ยงพุ่งนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทจัดอันดับเครดิต Japan Credit Rating Agency, Ltd. (JCR) ได้แถลงปรับลดระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาทของไทย จากระดับ A+ มาอยู่ที่ระดับ A แต่ JCR ยังคงระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศไว้ที่ระดับ A
อย่างไรก็ตาม ได้ประเมินแนวโน้มของระดับเครดิตไว้ในระดับที่เป็นลบ
“
การลดระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาทของไทย เนื่องจากความขัดแย้งและความไม่สงบทางการเมืองและสังคมในประเทศไทย ซึ่งบ่อนทำลายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและฐานะการคลังของประเทศ” นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวสำหรับการยืนยันระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออกและความแข็งแกร่งด้านต่างประเทศของประเทศไทยที่ยังคงอยู่ในระดับที่สูง แม้ว่าจะขาดเสถียรภาพทางการเมือง
ขณะที่การประเมินแนวโน้มของระดับเครดิตในระดับที่เป็นลบแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองและสังคมที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ คาดว่าจะยืดเยื้อต่อไปและหยั่งรากลึกจนไม่สามารถขจัดให้หมดไปได้ในระยะเวลาอันสั้น ภายใต้ความไม่มั่นคงของรัฐบาล
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลให้มีความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นอาจก่อให้เกิดความกดดันในทางลบเพิ่มขึ้น หากความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมทวีความรุนแรงขึ้น และอาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล
JCR รายงานว่า จะเฝ้าติดตามใน 4 ประเด็นอย่างใกล้ชิด คือ หนึ่ง การแก้ปัญหาของรัฐบาลเพื่อให้เกิดความมีเสถียรภาพทางการเมืองและสังคม สอง ผลกระทบของเศรษฐกิจโลกต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย สาม นโยบายในการรักษาความยั่งยืนทางการคลัง และสี่ การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการประเมินผลกระทบการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วง 2 สัปดาห์ก่อน มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจค่อนข้างจำกัด แต่ในช่วง23 วันที่ผ่านมา ที่การชุมนุมยกระดับมากขึ้น เริ่มส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 8 เม.ย.แล้ว
นอกจากนี้ ยังมีผลให้นักลงทุนต่างประเทศเพิ่มความเสี่ยงในการทำธุรกรรมประกันความเสี่ยงล่วงหน้าในระยะ 5 ปีของไทย (CDS) ขึ้น จากที่เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ค่าความเสี่ยงอยู่ที่ระดับ 97.3 เบซิสพอยต์ ล่าสุดเพิ่มเป็น 102.3 เบซิสพอยต์ ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จากความไม่เชื่อมั่น หลังรัฐบาลออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินขั้นร้ายแรง จนส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว การบริโภค และความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ดังนั้น ถ้าสถานการณ์การชุมนุมพัฒนาขึ้นอีก ยืดเยื้อต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว 3 ด้าน คือ หนึ่ง ไทยอาจถูกปรับลดความน่าเชื่อถือจากต่างชาติลงอีก
สอง ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่ต่อเนื่อง และสาม ทำให้การวางแผนในระยะยาวมีปัญหา จึงต้องนำเรื่องนี้เข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 21 เม.ย.นี้ด้วย ว่าจะมีผลต่อการพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่
ด้านตลาดหุ้นไทยโงหัวขึ้นมาแล้วหลังถูกถล่มดิ่งกว่า 28 จุด โดยสามารถปิดที่ระดับ 789.66 จุด บวก 5.73 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 24,116 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขาย 1,756 ล้านบาทสถาบันในประเทศกลับมาซื้อ 718 ล้านบาทและนักลงทุนรายย่อยช้อนต่อ 1,644 ล้านบาท
” นายบัณฑิตกล่าวทั้งนี้ ผลกระทบระยะยาวที่ธปท.ห่วงใน 3 เรื่อง คือ 1.ถ้าสถานการณ์ชุมนุมยังยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยอาจถูกปรับลดความน่าเชื่อถือจากต่างชาติลงอีก จนอาจส่งผลให้นักลงทุนไทยที่จำเป็นต้องพึ่งเงินกู้ต่างประเทศต้องกู้ยืมในต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งขณะนี้ต่างชาติปรับลด CDS และ ปรับลดเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาทของไทยลงจาก A+ ลดเหลือ A แล้ว แต่ถ้าสถานการณ์จบได้เร็วก็เชื่อว่าจะกระทบไม่มาก เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งและมีแนวโน้มฟื้นตัวได้
2.ยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อต่อไปเรื่อยๆ อาจจะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้ไม่ต่อเนื่องได้ และยังส่งผลกระทบต่อการวางแผนการเติบโตระยะยาวด้วย และ 3.ภาวะดังกล่าวยังส่งผลกระทบกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ ซึ่งอาจจะมีผลให้การลงทุนในระยะยาวของไทยมีปัญหาได้ แต่ภาวะเหล่านี้ธปท.จะประเมินผลกระทบอีกครั้ง เพื่อดำเนินนโยบายดูแลให้เหมาะสม ไม่กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะตอ่ไป
รองผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้ธปท.จะพยามดูแลเศรษฐกิจภาพรวม โดยจะดำเนินนโยบายการเงินให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ โดยจะพิจารณาทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายให้ไม่กระทบผู้ประกอบการและเป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจ ทั้งในแง่การดูแลสภาพคล่องให้เพียงพอ และดูแลอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทให้เหมาะสม ขณะเดียวกันในการดูแลภาคธุรกิจรายย่อยทั้งในภาคธุรกิจการท่องเที่ยว บริการ การขนส่ง ซึ่งได้รับผลกระทบบ้างแล้วนั้นก็จะพยามดูแลให้สถาบันการเงินดูแลช่วยเหลือให้ปรับตัวได้ เพื่อจะได้คลี่คลายผลกระทบให้บรรเทาและปรับตัวได้ในที่สุด และไม่ให้กระทบต่อความสามารถในการทำธุรกิจในระยะยาวด้วย
นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มีความเป็นห่วงการชุมนุม ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ยืดเยื้อซึ่งจะทำให้มีผลกระทบกับเศรษฐกิจ และการบริโภคอุปโภค ถึงแม้ภาครัฐจะมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ก็ขอให้ประชาชนออกมาใช้จ่ายกันอย่างระมัดระวัง ทั้งนี้ ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยของทางกระทรวงการคลังเองนั้น ได้มีการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจและกล้องวงจรปิดมากขึ้น เพื่อรับมือกับการกับเคลื่อนขบวนของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งอาจจะเดินทางมาที่กระทรวงการคลัง
นอกจากนี้ นายพฤฒิชัย ยังกล่าวในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินว่าทางพรรคสนับสนุนแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมองว่า เป็นการปฏิรูปและแก้ปัญหาทางการเมือง ส่วนกรอบระยะเวลาจะเป็นเท่าใดนั้น คงต้อง
ขึ้นอยู่กับการเจรจาของรัฐบาลกับคนเสื้อแดง
นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยากรรมการผู้จัดการ บล.ฟินันเซียไซรัสกล่าวว่า ตลาดหุ้นที่บวกขึ้นมาได้เป็นการเด้งขึ้นช่วงสั้นหลังจากรูดลงไปแรง และตลาดหุ้นเอเชียที่เพิ่มขึ้นก็มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
อย่างไรก็ตามแนวโน้มตลาดหุ้นยังมีโอกาสอ่อนตัวลง ดัชนีจะเคลื่อนไหวตามสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่ยังคาดการณ์ไม่ได้







