
รุมต้านโครงการน้ำยื่นเอาผิด"ครม.-กบอ."
ภาคประชาชนต้านโครงการน้ำ 3.5 แสนบาท ชี้ทีโออาร์เอื้อทุจริต-ขัดรธน. ลุยยื่นปปช.เอาผิดครม.-กบอ.ยกชุด
ภาคประชาชนต้านโครงการน้ำ 3.5 แสนบาท ชี้ทีโออาร์เอื้อทุจริต-ขัดรธน. ลุยยื่นปปช.เอาผิดครม.-กบอ.ยกชุด
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. เครือข่ายภาคประชาชน ประกอบด้วย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (ประเทศไทย) ศูนย์ข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัย Thaiflood.com และเครือข่ายธุรกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ร่วมออก แถลงการณ์คัดค้านแผนบริหารจัดการน้ำเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เนื่องจากแผนงานดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างร้ายแรง ละเลยการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี 50
นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร แถลงว่า เหตุที่ไม่เห็นด้วยต่อแผนบริหารจัดการน้ำของ กบอ.มี 6 ประการคือ 1.แผนงานดังกล่าวไม่ได้ดำเนินตามกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และผลกระทบด้านสุขภาพ (EHIA) ถือว่าผิดกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนตามรัฐธรรมนูญปี 50
นอกจากนั้นยังพบว่าในทีโออาร์ยังระบุว่าบริษัทผู้ผ่านการคัดเลือกสามารถเบิกเงินได้ล่วงหน้าร้อยละ 5 ซึ่งเป็นไปได้หรือไม่ว่าเงินจำนวนนี้อาจถูกนำไปใช้เป็นอามิสสินจ้างในการบิดเบือนผลการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบด้านสุขภาพ
2.ตามรายละเอียดในทีโออาร์ของทั้ง 9 โมดูล (แผนงาน) ไม่มีขอบเขตของงาน นอกจากนั้นยังขาดรายละเอียดเชิงพื้นที่ รายละเอียดของโครงการ กรอบเวลา และไม่มีกลไกหรือกระบวนการที่จะสร้างความเชื่อมโยงโครงการแต่ละโครงการเข้าด้วยกัน
3.การแบ่งความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ องค์กรเอกชนผู้รับจ้างขาดความชัดเจนว่าใครจะเป็นองค์กรหลักรับผิดชอบภายใต้แผนทั้ง 9 โมดูล
4.การดำเนินงานบางโมดูลไม่มีความจำเป็นต้องรีบเร่งโดยเฉพาะโครงการช่องทางน้ำ (ฟลัดเวย์) ซึ่งเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณสูงกว่า 1 แสนล้านบาท ทั้งยังขาดการศึกษาด้านความคุ้มทุนของโครงการต่างๆ และมีความซ้ำซ้อนของการใช้งบประมาณที่ดำเนินงานด้านการจัดการน้ำอยู่แล้ว
5.คือ มีการโยกงบประมาณบางส่วนจากแผนเดิมที่รัฐบาลเคยแถลงไว้ในช่วงหลังอุทกภัยปี 54 โดยเฉพาะโยกงบชดเชยพื้นที่รับน้ำนองไปดำเนินงานในส่วนอื่น ซึ่งอาจนำไปสู่ช่องทางทุจริตเงินงบประมาณ เนื่องจากไม่มีการชี้แจงที่ชัดเจนว่านำงบดังกล่าวไปใช้ในกิจกรรมใด
6.ในทีโออาร์ระบุว่าขอบเขตของงานทั้ง 9 โมดูล รัฐบาลให้บริษัทที่ได้รับสัมปทาน มีอำนาจในการบริหารจัดการเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่การศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การออกแบบ และก่อสร้าง รวมถึงการเวนคืนที่ดิน การหาพื้นที่อพยพ ซึ่งจะกระทบต่อชุมชนและวิถีชีวิตอย่างร้ายแรง
ด้าน นายนิติธร ล้ำเหลือ กรรมการฝ่ายสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ ร่วมแถลงว่า ในวันที่ 30 เม.ย.เวลา 10.00 น.เครือข่ายภาคประชาชนจะเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านแผนจัดการน้ำของ กบอ.ต่อนายกรัฐมนตรีทีทำเนียบรัฐบาล
นอกจากนี้ในวันที่ 1พ.ค.เวลา 10.00 น.จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) โดยเอาผิดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งคณะรัฐมนตรีที่ออกคำสั่งแต่งตั้ง กบอ.รวมถึง คณะกรรมการ กบอ.ทั้งคณะ ที่ถือว่าดำเนินการขัดหลักกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ดำเนินการให้การประมูลงานของรัฐนำไปสู่การทุจริต
นายนิติธร กล่าวอีกว่า หลังจากยื่นเรื่องต่อนายกรัฐมนตรี และ ปปช.แล้ว หากรัฐบาลเเละ กบอ.ยังไม่มีท่าทีตอบรับในข้อเรียกร้องของภาคประชาชน วันที่ 2 พ.ค.จะเครือข่ายภาคประชาชนจะเดินทางยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วย







