
"พงศ์เทพ" พอใจแนวทางต่อสู้คดีพระวิหาร
รมว.ศึกษาธิการ เผย พอใจแนวทางต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ยันไม่มีฝ่ายการเมืองเข้าไปแสวงหาประโยชน์
รมว.ศึกษาธิการ เผย พอใจแนวทางต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ยันไม่มีฝ่ายการเมืองเข้าไปแสวงหาประโยชน์
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายฝ่ายไทยในคดีปราสาทพระวิหาร กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันนี้จะนำคณะทีมกฎหมายฝ่ายไทยเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีเพื่อรายงานผลการให้ถ้อยแถลงด้วยวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลกว่าได้ดำเนินการและมีข้อต่อสู้อย่างไรบ้าง รวมถึงจะมีการประเมินผลการทำงานให้แก่นายกรัฐมนตรีรับทราบ ซึ่งส่วนตัวมีความมั่นใจในรูปคดีที่นำเสนอต่อศาล แต่ไม่สามารถประเมินคำตัดสินของศาลได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตุลาการทั้ง 17 คน ทั้งนี้ยืนยันว่า ฝ่ายการเมืองจะไม่เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองจากการต่อสู้คดีในครั้งนี้
"จากที่ประเมินกันแล้ว เราสามารถนำพยานหลักฐานต่างๆ เหตุผลทางกฎหมาย เหตุผลทางข้อเท็จจริงสู้เขาได้อย่างมีน้ำหนัก เรากล้าพูดได้อย่างหนึ่ง เรามีความมั่นใจในรูปคดีของเราที่นำเสนอต่อศาล"นายพงษ์เทพ กล่าว และว่า ต้องชื่นชมการทำงานของทีมทนายที่ประกอบด้วย นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก และทีมทนายความชาวต่างประเทศที่ต่างมีความเชี่ยวชาญ รอบรู้ และได้ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับทุกหน่วยงานของไทยก็ให้การสนับสนุนในเรื่องของข้อมูลอย่างเต็มที่และอย่างรวดเร็ว ซึ่งรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนและให้อิสระต่อการทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้ผลที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ต้องมีการนำเสนอต่อศาลในกรณีที่ศาลได้ถามถึงความหมายของบริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหารว่าแต่ละประเทศกำหนดไว้อย่างไร ซึ่งทางรัฐบาลจะยึดถือตามเส้นที่คณะรัฐมนตรีกำหนดเมื่อปี 2505 ซึ่งเชื่อว่าฝ่ายกัมพูชาก็คงยึดถือตามแผนที่ภาคผนวก 1 เช่นกัน
ทั้งนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศจะมีการจัดทำสรุปประเด็นและรายละเอียดในถ้อยแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลกแบบกระชับ เข้าใจง่าย เผยแพร่ผ่านทางเวปไซต์อีกด้วย







