
ขอไฟเขียวคุมเข้มอุบัติเหตุ
สธ.คลอด3เกณฑ์เสนอครม.สัปดาห์หน้าสรุป7วันอันตรายสังเวย321ศพ
สธ.คลอด3เกณฑ์เสนอครม.สัปดาห์หน้าสรุป7วันอันตรายสังเวย321ศพ
สธ.ชง ครม.ไฟเขียวมาตรการป้องกันอุบัติเหตุสัปดาห์หน้า 7 วันอันตราย ดับ 321 ศพ
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์หน้า สธ.จะเสนอมาตรการควบคุมป้องกันอุบัติเหตุจราจรเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใน 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1.การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น อาทิ การควบคุมความเร็ว เนื่องจากพบว่าความเร็วทำให้ดัชนีความรุนแรงของอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิตถึง 67% รวมทั้งการสวมหมวกนิรภัย และการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
2.ขอให้กรมประชาสัมพันธ์และภาคีเครือข่าย ประชาสัมพันธ์หมายเลขสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ให้ประชาชนรับทราบและมีติดไว้ทุกบ้านเรือน
3.สธ.และกระทรวงมหาดไทย ควรมีรถกู้ชีพกู้ภัยครบทุกองค์การบริหารส่วนตำบลและทุกเทศบาล ตามโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งรถกู้ชีพกู้ภัย
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 1117 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนยังใช้บริการระบบการแพทย์ฉุกเฉินในสัดส่วนที่น้อย คือใช้เพียง 10% ของเหตุทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ถึงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์กู้ชีพทั่วประเทศประมาณ 1.5 หมื่นทีม พบว่าบรรลุผลตามเกณฑ์สามารถออกไปถึงที่เกิดเหตุภายใน 10 นาที หลังวางสายรับแจ้งได้สูงถึง 82% ทำให้ผู้บาดเจ็บรอดชีวิตมากกว่า 90%
วันเดียวกัน ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2556 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 7 วันอันตรายว่า เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 2,828 ครั้ง ลดลงจากปีที่ผ่านมา 301 ครั้ง ยอดผู้เสียชีวิตรวม 321 คน เพิ่มขึ้น 1 คน ขณะผู้บาดเจ็บ 3,040 คน ลดลง 280 คน
สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ จ.เชียงใหม่ 104 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 12 คน และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด จ.เชียงใหม่ 110 คน ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต มี 5 จังหวัด ได้แก่ จ.ชัยภูมิ ตราด ปัตตานี ภูเก็ต และระนอง
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ เมาแล้วขับรถ และขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) กล่าวว่า ช่วง 7 วันอันตราย บก.จร.ได้บังคับใช้กฎหมายใน 3 ข้อหาหลัก คือ เมาไม่ขับ ตรวจจับความเร็วเกินกำหนด และการไม่สวมหมวกนิรภัย
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งข้อหาทั้งหมด 78,178 คน คดีที่มากที่สุดคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย 4,641 คน รองลงมาคือไม่มีใบขับขี่ 2,974 คน ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง 2,378 คน เมาแล้วขับ 679 คน และขับรถเร็ว 611 คน







