
นำร่องดึงเอกชนร่างทีโออาร์ซื้อรถเมล์เอ็นจีวี1.3หมื่นล้าน
คมนาคมนำร่อง ดึงเอกชนร่วมร่างทีโออาร์ซื้อรถเมล์เอ็นจีวี พร้อมทำประชาพิจารณ์ก่อน
คมนาคมนำร่อง ดึงเอกชนร่วมร่างทีโออาร์ซื้อรถเมล์เอ็นจีวี พร้อมทำประชาพิจารณ์ก่อน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม จะให้โครงการจัดซื้อรถเมล์ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี 3,183 คัน วงเงิน 13,162 ล้านบาท เป็นโครงการนำร่องด้วยการเชิญตัวแทนจากภาคเอกชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าร่วมเสนอความเห็นในการจัดทำร่างทีโออาร์ และเปิดให้มีการทำประชาพิจารณ์ คาดว่าภายใน 2 เดือนจะประกาศเปิดประกวดราคาได้
นายชัชชาติ ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริต ซึ่งจะกระทบต่อ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จนกระบวนการทำงานทั้งระบบจะไม่เดินหน้า ส่วนราคากลางที่ให้จัดซื้อรถธรรมดาคันละไม่เกิน 3.8 ล้านบาท รถปรับอากาศคันละไม่เกิน 4.5 ล้านบาท ไม่ได้เปิดให้เฉพาะจีนที่เสนอได้ แต่เพราะเป็นราคาที่เหมาะสม และทีโออาร์เปิดกว้างให้ประเทศในยุโรปเสนอตัวสู้ราคาได้
“หากการจัดซื้อรถเมล์มีปัญหาทุจริตเกิดขึ้น จะกระทบ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล เพราะจะเจ๊งตามไปด้วย ผมไม่อยากได้รถราคา 4 ล้านบาท แต่คุณภาพจริงๆ แค่ 2 ล้านบาท เหมือนถูกย้อมแมว” นายชัชชาติ กล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า การเสนอคณะรัฐมนตรีจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีครั้งนี้ ไม่ได้รวมงบส่วนอื่น เช่น ค่าเช่าอู่ ค่าซ่อมบำรุง จนถูกมองว่าเป็นการหมกเม็ดข้อมูลนั้น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ระบุว่า งบดังกล่าวถูกรวมไว้ในแผนฟื้นฟู ขสมก. ที่ยื่นให้กระทรวงการคลังตั้งแต่ปี 2555 เช่น งบให้พนักงานเกษียณอายุก่อนกำหนด 2,400–2,700 ล้านบาท งบสร้างอู่ใหม่ 900 ล้านบาท วงเงินในการดำเนินการ 1,200–1,600 ล้านบาท โดย ขสมก. จะจ่ายคืนในอนาคต งบบำรุงรักษารถยนต์ 13,858 ล้านบาท ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดในการซ่อมบำรุง แต่อาจน้อยกว่านี้ก็ได้
นอกจากนี้ ยังมีแผนให้ภาครัฐล้างหนี้ของ ขสมก. 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งหาก ขสมก. ไม่ดำเนินการใดๆ เลย อีก 2 ปีข้างหน้า จะมีหนี้เพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาท







