
สั่งอารักขาวีไอพีสหรัฐ
ไทยคุมเข้ม หลังเหตุบึ้มในสหรัฐ สตช.สั่งอารักขาบุคคลสำคัญ สถานทูต
ไทยคุมเข้ม หลังเหตุบึ้มในสหรัฐ สตช.สั่งอารักขาบุคคลสำคัญ สถานทูต
ผู้ก่อการร้ายวางระเบิดในงานการแข่งขันวิ่งมาราธอนเก่าแก่ที่สุดในโลกที่นครบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐ โดยระเบิดปะทุขึ้น 2 ครั้งในเวลาห่างกันไม่กี่วินาที มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คนบาดเจ็บอีกกว่า 144 คน
นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ แถลงว่า ยังไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่จะนำตัวมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมให้ได้
เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญจากอเมริกา โดยช่วงเช้าวันที่ 16 เม.ย. สตช.ได้เชิญตัวแทนจากสถานทูตสหรัฐมารับฟังการเตรียมความพร้อม ขณะที่กระทรวงคมนาคมสั่งการให้สนามบินทุกแห่งและสถานีขนส่งคุมเข้มความปลอดภัยให้มากขึ้น ส่วนกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ไม่พบคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุระเบิด
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่ง 1.ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ตำรวจสันติบาล และกองการต่างประเทศ ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยที่เข้ามาในไทยย้อนหลัง 6 เดือน หากพบข้อพิรุธให้ตรวจสอบและรายงานทันที 2.เพิ่มความเข้มการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญของอเมริกาและสถานทูต รวมทั้งสถานที่สำคัญของอเมริกาทั่วประเทศ
3.ให้ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยเฝ้าฟังสั่งการ และเตรียมพร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษทันทีที่มีเหตุด่วนเหตุร้าย
ด้านบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ทอท.และผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการสนามบินทั้ง 6 แห่งของ ทอท.มากขึ้น และจะต้องติดตามสถานการณ์ข่าวด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด
บริษัท การบินไทย ระบุว่า ยังไม่ได้รับการประสานจากทางการสหรัฐ หรือแจ้งยกระดับเรื่องความปลอดภัยในการทำการบินระหว่างไทยกับสหรัฐ







