posttoday
อย่าดึงดันต่อไป

อย่าดึงดันต่อไป

15 เมษายน 2556

ปัญหาที่สั่งสมในไทยมานานคือ การไม่ปล่อยให้ราคาสินค้าเกษตรเป็นไปตามกลไกราคาปกติ โดยรัฐเข้าไปแทรกแซงราคาจนทำให้เกษตรกรไม่ปรับตัว ทั้งลดพื้นที่การปลูกหรือเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิต โดยเฉพาะข้าว ยางพารา และปาล์ม

ปัญหาที่สั่งสมในไทยมานานคือ การไม่ปล่อยให้ราคาสินค้าเกษตรเป็นไปตามกลไกราคาปกติ โดยรัฐเข้าไปแทรกแซงราคาจนทำให้เกษตรกรไม่ปรับตัว ทั้งลดพื้นที่การปลูกหรือเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิต โดยเฉพาะข้าว ยางพารา และปาล์ม

ผลก็คือ การแทรกแซงราคาด้วยการตั้งราคารับซื้อที่สูงกว่าราคาตลาดมาก หรือให้เงินชดเชย ทำให้เกษตรกรกระหน่ำปลูกพืชเกษตรดังกล่าวมากขึ้น จนทำให้ผลผลิตไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน เพิ่มขึ้น เพราะรู้ว่าปลูกแล้วไม่ขาดทุนแน่ๆ

นอกจากเกษตรกรจะไม่ปรับตัวแล้ว การแทรกแซงราคาดังกล่าวยังทำให้รัฐต้องสูญเสียเงินมหาศาล เริ่มต้นจากการรับจำนำข้าวที่ประมาณการกันว่ารัฐบาลไทยจะขาดทุนเป็นแสนล้านบาททีเดียว ยังไม่นับปัญหาข้าวเสื่อมสภาพที่จะตามมาเป็นระลอก

ขณะที่ยางพาราเป็นพืชเกษตรอีกตัวหนึ่งที่กำลังก้าวซ้ำรอยข้าว เพราะรัฐบาลใช้โครงการรักษาเสถียรภาพราคายางเข้าไปรับซื้อยางพาราไว้ในสต๊อกด้วยราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 104 บาท ด้วยหวังว่าราคาในตลาดโลกจะขยับขึ้นมา

แต่ปรากฏว่า ราคาในตลาดโลกกลับลดต่ำลงเป็นลำดับ ล่าสุดลดเหลือเพียงกิโลกรัมละ 7680 บาทเท่านั้น และรัฐบาลได้เข้าไปรับซื้อยางไว้ในสต๊อกแล้ว 2 แสนตัน ใช้เงินรับซื้อไปแล้ว 2.2 หมื่นล้านบาท จากวงเงินที่ ครม.อนุมัติไว้รวม 4.5 หมื่นล้านบาท

หากคำนวณง่ายๆ ว่า หากรัฐบาลขายยางพาราในขณะที่ราคาที่รัฐรับซื้อจะสูงกว่าราคาตลาดกิโลกรัมละ 2428 บาท จะขาดทุนทันที 45 ล้านบาท ดูแล้วเป็นเงินไม่มากนัก แต่ปรากฏว่า ผลผลิตยางพาราที่ในไทยนั้น ถูกนำมาใช้ในประเทศเพียง 10% เท่านั้น และส่งออกถึง 90% ปัญหาคือ รัฐบาลจะไปส่งออกขายใครในภาวะที่ตลาดชะลอตัวอย่างปัจจุบัน

เพราะฉะนั้นโอกาสที่รัฐบาลจะสูญเงินนับหมื่นล้านบาทจากการเก็บยางไว้ในมือจึงมีอยู่สูง

เช่นเดียวกับปาล์มที่กำลังกลายเป็นพืชการเมืองอีกตัวหนึ่งที่รัฐเข้าไปแทรกแซง และซับซ้อนไปกว่านั้น แทนที่เงินจะจ่ายให้เกษตรกรโดยตรง กลับจ่ายให้โรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม โดยหวังให้ซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรในราคาที่ตกลงกันไว้

และแม้จะใช้เงินไม่กี่พันล้านบาท แต่ผลก็ออกมาเหมือนกันคือ เกษตรกรมีการเร่งปลูกปาล์ม

การเร่งปลูกข้าว ยางพารา และปาล์ม เพิ่มขึ้นเพื่อขายให้กับรัฐ จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เพราะทำให้รัฐต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นในการรับซื้อผลผลิต ผลขาดทุนและผลเสียหายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

จึงถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรมีการทบทวนการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเป็นข้าว ปาล์มดิบ และยาง ก่อนที่ฐานะการคลังจะเสียหายไปมากกว่านี้

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI