posttoday
ภัททกาปิลานีเถรี

ภัททกาปิลานีเถรี

14 เมษายน 2556

ได้ยินว่า ภัททกาปิลานีเถรี เป็นภิกษุณีรูปหนึ่งที่ชีวิตก่อนออกบวชน่าศึกษามาก

ได้ยินว่า ภัททกาปิลานีเถรี เป็นภิกษุณีรูปหนึ่งที่ชีวิตก่อนออกบวชน่าศึกษามาก ถือเป็นแบบอย่างของผู้หญิงที่มีใจตั้งมั่นในความดี และเมื่อบวชแล้วก็ได้รับเอตทัคคะจากพระพุทธเจ้าว่าเป็น ผู้มีบุพเพนิวาสานุสติญาณ คือ มีความรู้ขั้นพิเศษที่สามารถระลึกอดีตชาติได้

เมื่อย้อนอดีตชาติก่อนๆ ของท่านก็ยิ่งทึ่งกินใจ แต่ละชาติไม่ว่าจะเกิดเป็นคนรวยหรือจนก็ได้สั่งสมความดีใหญ่น้อยไม่เคยหยุด

จุดเริ่มคือ สมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตระ ถือเป็นช่วงสำคัญที่โยงมาถึงชาติปัจจุบัน กล่าวคือในสมัยของพระพุทธเจ้าปทุมุตระ ท่านเกิดเป็นภริยาของวิเทหเศรษฐี ได้เห็นพระพุทธเจ้าทรงแต่งตั้งภิกษุณีรูปหนึ่งให้เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลาย “เป็นผู้มีบุพเพนิวาสานุสติญาณ” ก็อยากเป็นบ้าง จึงได้ตั้งความปรารถนาดังกล่าวเฉพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า เริ่มสั่งสมความดีมาตลอดแล้วความปรารถนานั้นก็มาสำเร็จเผล็ดผลในปัจจุบัน สมัยคือยุคของพระพุทธเจ้าโคดม

สมัยพระพุทธเจ้าโคดมได้มาเกิดเป็น “ภัททกาปิลานี” ลูกสาวของเศรษฐีชื่อ “โกสิยะ” ในเมืองสาคละ มีมารดาชื่อ “สุจิบดี” ส่วนวิเทหเศรษฐีสามีเกิดเป็นชายหนุ่มชื่อ “ปิปผลิ” ลูกของกบิลพราหมณ์ ตระกูลกัสสปะ ในบ้านมหาติฏฐ์ แคว้นมคธ แต่คนทั่วไปมักเรียกตามวงศ์ตระกูลว่า “กัสสปะ”

น่าสนใจว่าอดีตชาติทั้งสองเคยเป็นภริยาสามีและสั่งสมความดีมาด้วยกัน มาชาตินี้จึงไม่แคล้วได้เกิดมาคู่กันตามเคย

เริ่ม จากปิปผลิเมื่ออายุครบ 20 ปี พ่อแม่เคี่ยวเข็ญให้แต่งงาน แต่เจ้าตัวบ่ายเบี่ยงตลอดบอกจะขอเลี้ยงพ่อแม่ตราบเท่าที่ยังมีอายุ และถ้าวันใดเกิดล่วงลับไปก็จะขอบวช แต่พ่อแม่ไม่ยอม วงศ์ตระกูลต้องมีผู้สืบต่อ ซึ่งเมื่อถูกรบเร้าครั้งแล้วครั้งเล่า เขาจึงยื่นข้อเสนอให้พ่อแม่พิจารณา

“ให้หล่อรูปผู้หญิงสวยๆ คนหนึ่งขึ้นมาด้วยทองคำสีสุกปลั่งพันลิ่ม สวมผ้าแดง ประดับด้วยดอกไม้และเครื่องประดับต่างๆ ถ้าได้หญิงงามเช่นรูปหล่อนี้จึงจะแต่ง ไม่ได้ ไม่แต่ง”

ฝ่ายพ่อแม่ปัญญาไวเห็นลูกพูดเช่นนี้ก็คิดว่าเป็นคนมีบุญ ในอดีตทำบุญคงไม่ทำคนเดียวต้องมีผู้หญิงร่วม จึงสั่งให้หล่อรูปหญิงตามที่ลูกบอก แล้วให้พราหมณ์ 8 คน ยกขึ้นรถตระเวนไปพร้อมกำชับถ้าพบหญิงงามดังรูปนี้ก็ให้ยกรูปหล่อพร้อมสู่หญิงนั้น ส่วนเป้าหมายคือเมืองสาคละ แคว้นมัททรัฐ เพราะมากไปด้วยหญิงงาม

ด้านภัททกาปิลานีซึ่งอยู่ที่สาคละ วันหนึ่งแม่นมอาบน้ำแต่งตัวให้แล้วก็ให้เธอนั่งสำราญในห้อง ส่วนตนก็ออกไปอาบน้ำที่ท่าน้ำ แล้วเห็นรูปหล่อทองคำนั้นจึงตวาดเสียงดัง

“แม่ภัททกา แอบมาเที่ยวอีกแล้ว ดื้อนักนะเรา ออกมาทำไม” ว่าแล้วเงื้อฝ่ามือไปที่แก้มหุ่นพร้อมกับพูดว่า กลับไปเดี๋ยวนี้! แต่ต้องประหลาดใจเพราะเหมือนตีหิน ทำให้พราหมณ์รู้ว่ามีหญิงงามเช่นหุ่นนี้ จากนั้นจึงสู่ขอภัททกาปิลานีกับพ่อแม่ กำหนดวันแต่งแล้วส่งข่าวถึงพ่อแม่ของปิปผลิ

การกลับตาลปัตรทั้งสองไม่อยากแต่งแต่อยากบวช ทั้งคู่จึงเขียนจดหมายถึงกันแต่เนื้อจดหมายถูกเปลี่ยนกลางทางจึงต้องแต่งงานในที่สุด แต่เมื่อแต่งแล้วก็ไม่เคยล่วงเกินกัน ต่อมาได้เปิดใจอยากออกบวช แต่ขณะทั้งสองแยกทางกันได้เกิดเหตุอัศจรรย์มหาปฐพีได้สะเทือนเลื่อนลั่น ในอากาศมีเสียงเหมือนฟ้าผ่า เขาจักรวาลก็โน้มลง

ปิปผลิบวชในสำนักพระพุทธเจ้า ฝ่ายภัททกาปิลานีบวชในสำนักปริพาชก ก่อนที่ต่อมาจะมาบวชในสำนักภิกษุณีในพระพุทธศาสนา เจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตผล พร้อมกับผู้ชำนาญในบุพเพนิวาสานุสติญาณ

ทุกคนมีทางเดินของตัวเอง เพียงแต่จะเลือกทางดี หรือทางเสื่อม ทางอันตรายหรือไม่มีอันตราย!

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน