
สันติภาพย้อนศร
บุรุษทิเบตในชุดลำลองแต่สุภาพขึ้นกล่าวปาฐกถาในงานปาฐกถาเสมพริ้งพวงแก้ว
บุรุษทิเบตในชุดลำลองแต่สุภาพขึ้นกล่าวปาฐกถาในงานปาฐกถาเสมพริ้งพวงแก้ว ครั้งที่ 19 ด้วยกิริยาท่าทางที่ผ่อนคลายเป็นกันเอง แม้ว่าก่อนการปรากฏตัวได้มีการกล่าวแนะนำท่านผู้นี้ ในบทบาทของการเป็นนักการทูต นักเจรจาสันติภาพกรณีจีน–ทิเบต กระทั่งการเป็นผู้แทนพระองค์ของท่านดาไลลามะ ผู้เป็นศูนย์รวมใจของชาวทิเบต บทบาทหน้าที่อันสำคัญทั้งหลาย แต่ดูเหมือนท่านไม่ได้หอบหิ้วบทบาทหน้าที่เหล่านั้นขึ้นเวทีไปด้วย
“พุทธธรรม มรรคาสู่ปัญญาและสันติภาพ” หัวข้อปาฐกถาที่ดูยิ่งใหญ่ แต่บุรุษผู้นี้กลับเลือกที่จะเกริ่นกล่าวถึงในสิ่งสามัญ ท่านเปิดเผยว่า ท่านได้ลืมแว่นตาไว้ จึงทำให้ไม่ได้ตระเตรียมเนื้อหามามากนัก หากแต่จะเป็นการบอกเล่าถึงประสบการณ์และบทเรียนจากการทำงานของตัวท่านเอง ...ตลอดระยะเวลาราว 2 ชั่วโมงเศษ ที่ท่านถ่ายทอดเรื่องราว แนวคิดการทำงานของท่าน ทำให้เราเห็นว่า พุทธธรรมได้เอื้อต่องานที่ยากยิ่งได้อย่างไร
ในฐานะชาวทิเบต ผู้ร่วมชะตากรรมกับพี่น้องร่วมชาติ แน่ล่ะ! ท่านย่อมรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทนที่ชนชาวทิเบตถูกจีนรุกรานล่วงละเมิดสิทธิความเป็นคนเช่นเดียวกับคนทิเบต ที่ไม่เพียงแต่ไม่อาจเป็นมิตรกับรัฐบาลจีนเท่านั้น แม้แต่ประชาชนชาวจีนก็ยังรู้สึกแบ่งแยก และผลักให้ไปอยู่คนละฟากฝั่งกับตนเองด้วยซ้ำ
กระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ท่านไปบรรยายที่มาเลเซีย ท่านได้พบกับสาวมาเลย์เชื้อสายจีนคนหนึ่ง นางเข้ามาสวมกอดท่าน ร้องไห้สำนึกเสียใจที่พี่น้องร่วมชาติของนางได้กระทำรุนแรงต่อชาวทิเบต ณ นาทีนั้นเอง ท่านโลดี บอกว่า กำแพงในใจที่เคยขวางกั้น แบ่งเขาแบ่งเราระหว่างคนจีนกับคนทิเบตทลายลงเสียสิ้น ท่านรู้สึกผิดที่ได้โกรธ เคียดแค้นชาวจีนตลอดมา และท่านก็รู้ได้ทันทีว่า ในนามของรัฐชาติ แม้ว่าจีนจะกระทำการใดๆ ต่อชนชาวทิเบตก็ตาม หากแต่ในฐานะปุถุชนคนธรรมดาสามัญ แม้จะเป็นเพียงคนจีนคนหนึ่ง ก็ย่อมเกิดความสะเทือนใจต่อชะตากรรมร่วมของมนุษย์ ไม่ว่าจะสังกัดรัฐชาติใดก็ตาม ความเห็นอกเห็นใจในความยากลำบากย่อมไม่มีพรมแดนแห่งรัฐขีดกั้น
นับแต่นั้นมา ท่านโลดี ก็รู้สึกเป็นมิตรกับคนจีนได้โดยสนิทใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นั่นเป็นบทเรียนสำคัญ ที่ท่านชี้ให้เห็นว่า แม้ว่าตัวท่านจะทำงานในกระบวนการเจรจา เพื่อให้เกิดสันติภาพระหว่างรัฐ แต่ในใจยังคงกรุ่นไปด้วยความรู้สึกร้าวลึกต่อชนชาติคู่กรณี การสะสางความรู้สึกภายในของตัวเอง ทำให้ท่านชัดแจ้งในสันติภาพภายในใจของตัวท่านเอง
อีกเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญนั่นคือ กรณีที่รัฐบาลจีนปราบปรามนักศึกษาและประชาชน ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อปี 1989 (พ.ศ. 2532) ครั้งนั้น การกระทำที่ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลจีนต่อประชาชนจีนเอง ถูกจับตามองจากทั่วโลก ท่านดาไลลามะ ประมุขแห่งทิเบต ได้ขอให้ท่านออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของรัฐบาลจีน แต่ตัวท่านเองกลับรู้สึกขัดแย้ง เนื่องจากขณะนั้นกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างทิเบตกับจีนกำลังมีความคืบหน้าด้วยดี หากมีการออกแถลงการณ์ประณามจีน ย่อมต้องมีผลต่อกระบวนการเจรจาเป็นแน่
ระหว่างที่ยังลังเลใจอยู่นั้น ท่านดาไลลามะได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า การกระทำของรัฐบาลจีนที่ไม่ชอบธรรมนั้น เป็นสิ่งที่ทิเบตควรต้องมีจุดยืน และความกล้าหาญทางศีลธรรม โดยไม่ยึดเอาผลประโยชน์เฉพาะหมู่พวกตนเป็นที่ตั้ง ต้องกล้าที่จะประณามสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มากกว่ารักษาผลประโยชน์ที่ชาวทิเบตที่จะได้จากการเจรจา การกระทำความรุนแรงไม่ว่าจะต่อคนจีน หรือคนทิเบต ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ชอบธรรมดุจเดียวกัน มนุษย์เราต่างต้องการเสรีภาพและสันติสุขเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดก็ตาม
บทเรียนจากการทำงานในกระบวนการเจรจาสันติภาพกับจีนมาตลอด 40 ปีของบุรุษผู้นี้ ท่านได้เรียนรู้ถึงความเคารพนับถือกันและกัน การมองคู่กรณีอย่างเป็นมิตร เป็นการก้าวข้ามพ้นความโกรธเกลียดชิงชังและอคติทั้งปวง ที่สำคัญและยากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการทำงานด้านกระบวนการเจรจาระดับรัฐ ก็คือการสร้างสันติภาพในใจของตนเอง
การที่สามารถมองข้ามทะลุความแข็งกร้าวของจีนเข้าไปจนพบว่า แท้ที่จริงจีนมีเพียงความรู้สึกกลัว ความรู้สึกไม่มั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนทั้งโลกพากันยกย่องความเป็นมหาอำนาจของจีน ก็ยิ่งทำให้จีนจำต้องรักษาความยิ่งใหญ่ของตนเองมากขึ้น นั่นทำให้รัฐบาลจีน ยิ่งต้องมีท่าทีอันแข็งกร้าวมากขึ้นตามไปนั่นเอง
การทำงานระดับรัฐชาติที่ยุ่งยากซับซ้อน และต้องใช้เวลาอันยาวนาน แท้ที่จริงแล้ว สำหรับท่านคือการเดินทางย้อนศร กลับมาสู่การฝึกฝนปัญญาและสันติภาพในใจตน
ปาฐกถาจบลงอย่างง่าย งาม แต่คงความลึกซึ้ง แม้ว่าเนื้อหาจะมิได้ผ่านการตระเตรียม เพียงเพราะผู้พูดลืมแว่นตาไว้ สิ่งที่เราได้ยินได้ฟังในวันนั้น จึงเป็นสิ่งที่อยู่ในเนื้อในตัวในความรู้สึก และสื่อออกมาจากใจอย่างมิต้องเตรียมการใดๆ ท้ายที่สุดก็เห็นว่า พุทธธรรม ความดีงาม เป็นสิ่งจำเป็นเพียงใด ในภาวการณ์แห่งความขัดแย้งที่ตึงเครียด







