
ปภ.ประเมินภัยแล้งขยายเพิ่มมากกว่า45จ.
พื้นที่ภัยแล้งเพิ่มเป็น 45 จังหวัด คาดเดือน เม.ย.ขยายวงกว้างมากขึ้น
พื้นที่ภัยแล้งเพิ่มเป็น 45 จังหวัด คาดเดือน เม.ย.ขยายวงกว้างมากขึ้น
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งล่าสุดมีพื้นที่ประกาศภัยพิบัติรวม 45 จังหวัด 473 อำเภอ 3,205 ตำบล 31,708 หมู่บ้าน กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในจำนวนนี้มี 28 จังหวัดที่ประสบภัยแล้งขั้นรุนแรง คือ มีหมู่บ้านประสบภัยแล้งมากกว่า 50% ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ในเดือน เม.ย.นี้ สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือจะเริ่มขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น แหล่งน้ำทางธรรมชาติต่างๆ จะแห้งขอดลง จนบางแห่งแห้งขอดสนิท บ้านเรือนราษฎรอาจจะได้รับผลกระทบมากยิ่งขึ้น ด้วยการขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภคและบริโภค ตลอดจนพื้นที่การเกษตร
“ในพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จ.เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน มี 3 จังหวัด ที่ได้ประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไปแล้ว ยกเว้น จ.ลำปาง เนื่องจากทุกหน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างคลอบคลุมอยู่ แต่หากในเดือน เม.ย.นี้ สถานการณ์ภัยแล้งหนักขึ้น จ.ลำปาง ก็อาจจะประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ล่าสุดเตรียมพร้อมสนับสนุนรถน้ำ โดยเฉพาะรถผลิตน้ำดื่มที่สะอาดเข้าไปยังจุดที่ขาดแคลน” นายประจญ กล่าว
ด้านรัฐมนตรี ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆ ได้พากันลงพื้นที่ เพื่อสำรวจข้อมูลรายงานในที่ประชุม ครม.วันที่ 9 เม.ย.นี้ โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมช.คมนาคม ได้ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา ส่วนนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่
สำหรับ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งประสบภัยแล้งรุนแรง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วทั้งจังหวัดพากันนำรถบรรทุกน้ำกว่า 50 คัน เข้าคิวรอเติมน้ำสะอาดที่โรงกรองน้ำการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนกว่า 150,800 คน หรือวันละกว่า 3 แสนลิตร







