posttoday
ประดิษฐฉีดยาแรงเผชิญศึกรอบด้าน

ประดิษฐฉีดยาแรงเผชิญศึกรอบด้าน

05 เมษายน 2556

ความขัดแย้งระหว่าง นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) และกลุ่มแพทย์ชนบท ดูจะหนักข้อขึ้นทุกที

โดย...ทีมข่าวในประเทศ

ความขัดแย้งระหว่าง นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) และกลุ่มแพทย์ชนบท ดูจะหนักข้อขึ้นทุกที เมื่อการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงาน (P4P) ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการเมื่อวันที่ 31 มี.ค. และหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องเร่งใช้นั้น กลายเป็นเรียกแขก ทำให้แพทย์และทันตแพทย์โรงพยาบาลชุมชนตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ ออกแถลงการณ์ประท้วงไม่เว้นแต่ละวัน

จากหนึ่งคน กลายเป็นสิบโรงพยาบาล และจากสิบโรงพยาบาล กลายเป็นเครือข่ายโรงพยาบาล เช่น เครือข่ายโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 20 แห่ง ที่ออกมาร่วมสังฆกรรมประณาม สธ. เป็นต้น

ยาแรงขนานนี้ยังทำให้แพทย์โรงพยาบาลชุมชนบางคนตัดสินใจลาออกไปก่อน ทั้งที่ยังไม่ได้คิดคะแนนเพื่อจ่ายตามระบบ P4P จริงจัง

แม้จะมีความพยายามชี้แจงจากผู้บริหารกระทรวงรายวัน แต่พอนานเข้าก็ยิ่งพูดคนละภาษามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถ้อยแถลงของ นพ.ประดิษฐ เน้นย้ำในเรื่องความมั่นคงในระบบงบประมาณ หรือการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลชุมชน หรือระหว่างบุคลากรให้ลดลง

ขณะที่ฝั่งแพทย์ชนบทระบุว่า เมื่อ P4P ไปลดเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย จะทำให้แพทย์ที่เคยอยู่ในชนบท ย้ายมาทำงานในเมืองหรือโรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น เพราะอยู่ไปก็เท่านั้น ถึงอย่างไรก็ได้เงินเท่ากัน และยังคงไม่เห็นด้วยกับรูปแบบการคิดคะแนน ที่อาจทำให้แพทย์ซึ่งรักษาคนไข้ด้วยหน้าที่นั้น กลับกลายเป็นทำเพื่อ “ล่าคะแนน” ให้ได้ค่าตอบแทนตาม P4P มากขึ้นแทน...

ล่าสุด นพ.มงคล ณ สงขลา อดีต รมว.สาธารณสุข ผู้อาวุโสของกลุ่มแพทย์ชนบท ถึงกับออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กด้วยการตอกนิ่มๆ ว่า การตัดสินใจเปลี่ยนนโยบายค่าตอบแทน ควรจะปรึกษาผู้มีส่วนร่วมอย่างรอบคอบ เพราะการบริการผู้ป่วยต้องดูทั้งกายและใจ ต่างกับการสร้างคอนโดหรือรถยนต์

กระทบผู้บริหาร สธ.โดยตรง เพราะการเร่งเดินหน้า P4P กระชั้นชิดขนาดนี้ มาจากแนวคิดของหมอประดิษฐ และทีมงานข้าราชการไม่กี่คนเท่านั้น ขณะที่แพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนไม่เคยได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นเลย ขณะเดียวกันงานวิจัยที่ สธ.อ้างว่ามีการเก็บข้อมูลสถิติครบถ้วนแล้ว เมื่อสอบถามไปถึงคนทำวิจัย และคนทดลองใช้ ก็พบว่ายังมีปัญหาการเก็บค่าคะแนนอยู่มาก โดยเฉพาะในโรงพยาบาลชุมชน

ความดันทุรังในการเปลี่ยนเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทน ไม่ต่างอะไรกับความพยายามในการปฏิรูป สธ. ด้วยการรวบอำนาจองค์กรอิสระในสังกัดตระกูล ส. เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กลับมาอยู่ใต้ร่มเงาอีกครั้ง โดยที่ไม่เคยหารือกับองค์กรเลย จนข้อมูลเล็ดลอดออกสื่อมาก่อน และมีแนวโน้มจะกลายเป็นเป้าใหญ่ในการโจมตีผู้บริหาร สธ.อีกหนึ่งเหตุผล ในที่สุด จึงสบช่องเชิญผู้บริหาร ตระกูล ส. มาชี้แจงเป็นครั้งแรกเมื่อ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา

สุ้มเสียงของผู้บริหารเมื่อเผชิญหน้าตรงๆ ดูจะแผ่วลงไป เพราะก่อนหน้านี้ปลัด สธ.ถึงกับประกาศกลางเวทีสัมมนาผู้บริหารระดับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปของกระทรวงสาธารณสุข ว่าตระกูล ส. หลายแห่งทำเกินอำนาจหน้าที่ไปเยอะ จึงต้องดึงกลับมาบ้าง แต่การชี้แจงวันนี้ เหลือเพียงการพร่ำบอกว่าจะไม่เข้าไปยุ่งกับโครงสร้างภายในตระกูล ส. หากไม่อยู่ในสถานการณ์ วินวิน ทั้งสองฝ่ายเท่านั้น

เหตุที่ยอมผ่อนปรน อาจเป็นเพราะรู้ดีว่าวันนี้ สถานะของหมอประดิษฐ และของตัวเอง ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนช่วงฮันนีมูนก่อนหน้านี้แล้ว

กระนั้นเอง ฝ่ายการเมืองใน สธ.ก็ยังมีความพยายามเอาคืนด้วยการจัดการกับกลุ่มแพทย์ชนบท ที่เชื่อกันว่าเป็นฐานสำคัญในการเผชิญหน้า ทั้งในประเด็นการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้าน P4P ที่ขณะนี้ลามไปถึงการขับไล่รัฐมนตรี หรือหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการต่อต้านการยุบรวมตระกูล ส.

นำมาซึ่งการมอบหมายให้ กมล บันไดเพชร เลขานุการ รมว.สาธารณสุข ยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อสอบสวน นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ว่ามีส่วนรู้เห็น ทำให้โรงงานวัคซีนแต่ละแห่งล่าช้ากว่ากำหนดหรือไม่ หรือเรื่องวัตถุดิบยาพาราเซตามอล ว่าเพราะเหตุใดกระบวนการจัดซื้อที่ควรจะมีมาตรฐาน ถึงกับปล่อยให้มีการปนเปื้อนได้

ทำเอาคนใน สธ.งงกันเป็นแถว เพราะกระบวนการภายในก็สามารถตั้งกรรมการสอบสวนกันเองได้ แต่ นพ.ประดิษฐ กลับอ้างว่าให้ดีเอสไอสอบจะเป็นกลางมากกว่า??

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการให้ดีเอสไอสอบสวนนั้น ย่อมหวังจะให้มีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการ อภ. เป็นคนของตัวเอง เพราะคนในรับรู้กันดีว่า นพ.วิทิต มีความใกล้ชิดกับกลุ่มแพทย์ชนบท ยิ่งไปกว่านั้น หากพบว่า นพ.วิทิต มีความผิดจริง เรื่องการก่อสร้างโรงงานวัคซีนที่ล่าช้า อาจเป็นไปได้สูงว่าสามารถโยงไปถึงคณะกรรมการ อภ.ขณะนั้น ที่ชื่อ นพ.วิชัย โชควิวัฒน ซึ่งเป็นแพทย์ชนบทอาวุโส และถูกมองว่าเป็นผู้มีบารมีนอก สธ.มานาน

คาดการณ์อนาคตแล้ว เชื่อได้เลยว่า ศึกระหว่างฝ่ายการเมืองและแพทย์ชนบทจะยังคงดำเนินต่อ และรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ หากครั้งนี้ สธ.ไม่ยอมถอย ก็เป็นไปได้ว่า นพ.ประดิษฐ ที่ว่าคอนเนกชันกว้างขวางนั้น หากลูกน้องไม่เอาด้วยเลย ก็อาจหลุดจากเก้าอี้ได้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน