posttoday
ผลพวงของเสรีภิวัฒน์

ผลพวงของเสรีภิวัฒน์

04 เมษายน 2556

แม้คนจนไทยจะได้ขยับฐานะเป็นชนชั้นกลางระดับล่างมากขึ้น เร็วและมีเพิ่มขึ้นมากกว่าหลายๆ ช่วงในประวัติศาสตร์ แต่ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน และช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนกลุ่มอื่นๆ ก็ถ่างกว้างออกอย่างรวดเร็วมากกว่า

แม้คนจนไทยจะได้ขยับฐานะเป็นชนชั้นกลางระดับล่างมากขึ้น เร็วและมีเพิ่มขึ้นมากกว่าหลายๆ ช่วงในประวัติศาสตร์ แต่ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน และช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนกลุ่มอื่นๆ ก็ถ่างกว้างออกอย่างรวดเร็วมากกว่า

การมาของประชาคมอาเซียน การมาของจีนภิวัฒน์ การกลับมาของมหาอำนาจสหรัฐสู่เอเชีย และโลกที่พลิกผันด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ช่องว่างเหล่านี้ถูกขยายขึ้นอย่างรวดเร็วและแรง

เร็วและแรงกว่าที่อำนาจรัฐใดๆ จะควบคุมมันได้

รัฐได้ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศใน 30 ปีที่ผ่านมา เพื่อเราจะได้การจ้างงาน ต่อด้วยตัวเลขการส่งออก ซึ่งหล่อเลี้ยงตัวเลข GDP ไทยมาเป็นเวลานาน เปลี่ยนลูกของอากงรุ่นเจ้าสัวใช้ลูกคิด เป็นนายห้างบริษัทส่งออกพันล้าน

อาเซียนเสรีกำลังดึงดูดให้นายห้างและลูกนายห้างที่จบการศึกษาสูงๆ และเริ่มมีปีกด้านภาษาและการจัดการสมัยใหม่ ตัดสินใจโบยบินออกไปจับกิ่งไม้อื่นที่สมบูรณ์กว่าในต่างแดน จะมีทรัพยากรมากกว่า เช่น วัตถุดิบ หรือมีค่าแรงถูกกว่า หรือมีประสิทธิภาพสูงกว่า หรือมีกลไกภาษีที่ดีกว่าก็ตาม

แปลว่า พวกเก่ง ปรับตัวได้ กำลังจะบินออกไปจากต้นไม้นี้ ไม่ทิ้งรังหรอก แต่จะไม่ติดกับอยู่กับที่มากกว่า

พวกที่เหลือ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่ยังได้รับโอกาสไม่มากพอ หรือไม่ก็ยังปรับตัวได้ไม่ดีพอ จึงค้างคาอยู่กับกิ่งที่วัตถุดิบแพง ค่าแรงสูง ภาษีสูง ค่าพลังงานไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ประสิทธิภาพของระบบรัฐต่ำ เพราะขาดการปฏิรูปมานาน

แปลว่า อยู่แบบถัวๆ กันไป

นี่คือสภาพของทั้งลูกจ้างและนายจ้างไทย ที่ไม่สามารถก้าวออกไปนอก Comfort Zone (แวดวงของความคุ้นเคย) ดั้งเดิม ไม่ต้องรอให้ถึงวันที่ 1 ม.ค. 2559

แต่ยัง...ยังไม่จบแค่นี้

เพราะการเปิดเสรี นอกจากจะแปลว่า พวกเก่งจากข้างในบินออกไปได้ แต่ย่อมรวมถึงพวกเก่งจากข้างนอกก็บินเข้ามาได้ ซึ่งที่จริงก็บินเข้ามานานแล้วล่ะ ...เพียงแต่ว่า คราวนี้จะบินมาได้ง่ายขึ้น มากขึ้น และมาจากดินแดนใกล้ๆ มากขึ้น

นักลงทุนจากรอบๆ บ้านอย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน แม้แต่เวียดนาม จะพากันมาในระบบนี้อย่างหนาแน่น ซึ่งไม่เหมือนกับกลุ่มเอเชียตะวันออก ไต้หวัน เกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น รุ่นเดิมที่ถือว่ามาไกลกว่า

คำว่าใกล้นี่แหละ ที่ทำให้ทุกคนประมาท

พวกที่ค้างอยู่ในประเทศ จึงกำลังต้องเผชิญกับยักษ์ผู้ได้เปรียบตัวใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดการปะทะ กระแทก แยกชั้นทางภาษาและวัฒนธรรมอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

ปรับตัวให้เข้ากับเจ้าของทุนจากเอเชียตะวันออกผู้มาไกลก็อย่างหนึ่ง แต่ปรับตัวให้เข้ากับเจ้าของทุนจากคนใกล้บ้านก็อีกอารมณ์นะครับ

เวลานักธุรกิจเดินทางไกลขึ้น สัญชาตญาณจะบอกตัวเองให้เพิ่มการปรับตัวเข้าสู่ที่ใหม่ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น

แต่ถ้าเดินทางใกล้ สัญชาตญาณนี้จะหลั่งออกมาน้อย

ความนอบน้อมก็ไม่เกิด ความกระด้างกลับพอกพูนขึ้น...โดยไม่รู้ตัว

คำแนะนำสำหรับคนไทยที่แม้จะไม่ออกไปลุยอาเซียน ก็คือ ศึกษาอุปนิสัยของเจ้าของทุนใหม่ อย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย ที่ยังไงก็มาถึงหน้าบ้านอยู่ดี รวมถึงลูกจ้างรุ่นใหม่ ลูกค้ารุ่นใหม่ ที่อาจมาจากแวดวงอินโดนีเซีย บังกลาเทศ คือ ผมดำ ผิวเข้ม กับทั้งจากจีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ที่ผมดำ ผิวอ่อน เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI