posttoday
สภาผ่านฉลุยร่างแก้รธน. 3 ฉบับ

สภาผ่านฉลุยร่างแก้รธน. 3 ฉบับ

04 เมษายน 2556

รัฐสภาถกรธน.ป่วนหนัก เหตุ สว.หักดิบขอปิดอภิปราย ก่อนรับหลักการทั้ง 3 ฉบับ ตั้งคณะกมธ.3คณะๆละ 45 คน นัดถกนัดแรก 4 เม.ย.

รัฐสภาถกรธน.ป่วนหนัก เหตุ สว.หักดิบขอปิดอภิปราย ก่อนรับหลักการทั้ง 3 ฉบับ ตั้งคณะกมธ.3คณะๆละ 45 คน นัดถกนัดแรก 4 เม.ย.

การประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 3 เม.ย.เวลา22.30น.เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับได้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายเมื่อนายไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ สว.ปทุมธานี ได้เสนอปิดอภิปรายทำให้สส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจเป็นอย่างมากเนื่องจากเวลาอภิปรายของฝ่ายค้านยังเหลืออีกประมาณ 2 ชั่วโมง

นายไพบูลย์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเสนอปิดอภิปรายเพราะทุกฝ่ายได้ใช้เวลาการอภิปรายสมควรแก่เวลาแล้วและเป็นไปตามข้อตกลงของวิปทั้ง 3 ฝ่ายค้านที่ต้องจบการอภิปรายในเวลา 22.00น. จึงเห็นว่าควรปิดอภิปราย

ต่อมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวอย่างหัวเสียว่า การเสนอแบบนี้แสดงให้เห็นสว.บางส่วนและรัฐบาลได้สมคบกันปิดหูปิดตาประชาชนและปิดกั้นการตรวจสอบของฝ่ายค้านทั้งที่การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ

นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า อยากให้นายไพบูลย์ทบทวนการเสนอปิดอภิปราย เพื่อให้การประชุมเป็นอย่างราบรื่น

บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างตึงเครียดถึงขั้นที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ต้องสั่งพักการประชุมเพื่อให้วิป 3 ฝ่ายไปหารือ ปรากฏว่าหลังจากใช้เวลาหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง นายไพบูลย์ยังคงยืนยันจะเสนอปิดการอภิปรายทำให้นายสมศักดิ์ ต้องดำเนินการให้ที่ประชุมลงมติด้วยการขานรายชื่อเป็นรายบุคคลทันทีในเวลา 23.30น.

ทั้งนี้ ที่ประชุมรัฐสภามีมติเสียงเกินกึ่งหนึ่งรับหลักการทั้ง3 ร่างโดยมีคะแนนในแต่ละฉบับ ดังนี้ 1. 1.ร่างแก้ไขที่มาสว.จากระบบสรรหาและระบบเลือกตั้งไปเป็นระบบเลือกตั้ง200คน รับหลักการด้วยคะแนน 367 เสียงต่อ 204 เสียง งดออกเสียง 34 คน 2.มาตรา 190เกี่ยวกับหนังสือสัญญาระหว่างที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา รับหลักการด้วยคะแนน 374 เสียงต่อ 209 เสียง งดออกเสียง 22 คน และ 3.มาตรา 68 และ มาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิ์คณะกรรมการบริหารพรรครับหลักการด้วยคะแนน 374  เสียงต่อ 206 เสียง งดออกเสียง 25 คน

โดยที่ประชุมได้ตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 คณะ คณะละ 45 คน กำหนดเวลาให้สส.และสว.เสนอคำแปรญัตติเพื่อขอแก้ไขถ้อยคำต่อคณะกมธ.ภายใน 15 วัน

สำหรับบรรยากาศการขานชื่อเป็นรายบุคคลนั้นสส.พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่ลงมติรับหลักการเช่นเดียวกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกเสียงรับหลักการ แต่มีสว.กลุ่มลงมติรับหลักการและงดออกเสียงในบางฉบับ เช่น นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สว.ราชบุรี ลงมติรับหลักการร่างแก้ไขมาตรา 190 เพียงฉบับเดียว เป็นต้น ขณะที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา และ นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ใช้สิทธิ์งดออกเสียงทั้ง 3 ฉบับ

อย่างไรก็ตาม การออกเสียงลงมติได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความครื้นเครงให้กับที่ประชุมรัฐสภาเมื่อน.ส.รังสิมา รอดรัศมี สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ออกเสียงรับหลักการทั้ง 3 ฉบับก่อนที่เจ้าตัวจะขอเปลี่ยนการออกเสียงลงมติของตัวเองมาเป็นไม่รับหลักการทั้ง 3 ฉบับในเวลาต่อมาแทน      

จากนั้นนายสมศักดิ์สั่งปิดประชุมรัฐสภาในเวลา 02.20 น.และเรียกประชุมคณะกมธ.ทั้ง 3 คณะเป็นครั้งแรกในวันที่ 4 เม.ย.เวลา 11.00น. พร้อมกับสั่งงดประชุมสภาฯ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI