posttoday
กลุ่มอสังหาฯโต้ธปท.ยังไร้ฟองสบู่

กลุ่มอสังหาฯโต้ธปท.ยังไร้ฟองสบู่

03 เมษายน 2556

แจงแบงก์คุมเข้มปล่อยกู้ตามกำลังซื้อลงทุนอาจเดี้ยง

แจงแบงก์คุมเข้มปล่อยกู้ตามกำลังซื้อลงทุนอาจเดี้ยง

อสังหาฯ ยันยังไม่ตีฟองสบู่ ชี้แบงก์คุมเข้มปล่อยกู้บ้านอยู่แล้ว ขณะที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ หนุน ธปท.ออกกฎคุม

นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาแสดงความห่วงใยในภาคอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่เวลานี้เอกชนประเมินว่ายังไม่มีสัญญาณอะไรที่บ่งบอกว่าจะเกิดฟองสบู่ โดยเฉพาะบ้านแนวราบที่ขณะนี้ยังอยู่ภาวะความต้องการสูงกว่าปริมาณสินค้าที่มีอยู่หรือภาวะอันเดอร์ซัพพลาย เพราะตั้งแต่น้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ทำให้บ้านแนวราบยังประสบปัญหาเปิดโครงการใหม่ล่าช้า

สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมที่เปิดมาก เป็นเพราะมีความต้องการซื้ออยู่จริง ขณะที่คอนโดมิเนียมเปิดขายได้ง่ายกว่าแนวราบมาก ส่วนประเด็นการซื้อบ้านหลังที่สอง แม้ ธปท.จะกังวลเรื่องการเก็งกำไร แต่ปัจจุบันคนซื้อบ้านหลังที่สอง เช่น ซื้อคอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังที่สองก็เพื่ออยู่จริง และหากแบงก์ชาติกังวลเรื่องการปล่อยสินเชื่อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นหลังแรกหรือหลังที่สอง ปัจจุบันทุกธนาคารมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด โดยจะปล่อยให้กับผู้ที่มีความสามารถผ่อนจริงๆ เท่านั้น

น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ถ้ารัฐจะออกกฎเกณฑ์คุมการปล่อยกู้บ้านหลังที่สองและหลังที่สาม ก็คงกระทบคอนโดมิเนียมในเมือง คอนโดมิเนียมตากอากาศ เพราะส่วนหนึ่งเป็นตลาดของนักลงทุน แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าหากผู้ซื้อลงทุนมีกำลังที่จะซื้อและผ่อนชำระได้ก็ควรปล่อยให้ซื้อ ถ้า ธปท.อยากจะคุมการปล่อยสินเชื่อควรดูที่กระบวนการปล่อยสินเชื่อมากกว่า

ขณะที่แคมเปญดอกเบี้ย 0% เป็นแคมเปญการตลาดปกติที่มีใช้มานานแล้ว เป็นเหมือนสีสันทางการตลาดที่เป็นทางเลือกให้กับผู้จะกู้ซื้อบ้าน อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องแคมเปญ 0% ถ้า ธปท.จะออกมาให้ความรู้กับประชาชนว่าต้องดูให้รอบคอบ ก็เป็นเรื่องน่าสนับสนุน

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า การที่ ธปท.กำลังติดตามเรื่องการปล่อยกู้บ้านหลังที่สองและหลังที่สาม เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจออกนโยบาย ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะการจะออกมาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย มาตรการภาษีบ้าน ไม่ควรเป็นมาตรการครอบจักรวาล แต่ควรแยกว่าเป็นมาตรการเพื่อบ้านหลังแรก หลังที่สอง หลังที่สาม และหลังที่สามขึ้นไป

“ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีบ้านหลังแรกเป็นของตัวเอง ส่วนบ้านหลังที่สองอาจจะไม่ถึงกับส่งเสริม แต่ก็ไม่ถึงกับกีดกัน ส่วนบ้านหลังที่สาม ควรมีมาตรการพิเศษ เช่น ในสิงคโปร์ คนที่ซื้อบ้านหลังที่สองจะถูกเก็บภาษี 7% และถ้าเป็นหลังที่สามขึ้นไป จะถูกเก็บภาษี 10% ด้านการปล่อยสินเชื่อ ถ้ามีสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว สามารถกู้ได้เพียง 50% เป็นต้น” นายสัมมา กล่าว

นางฤชุกร สิริโยธิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ขณะนี้ ธปท.ยังไม่สรุปว่าจะออกมาตรการอะไรมาควบคุมการปล่อยกู้บ้านหลังที่สองและหลังที่สามหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอในการตัดสินใจ ประกอบกับสินเชื่อในภาคอสังหาริมทรัพย์เท่าที่ดูเบื้องต้นก็เข้าใจว่า การขยายตัวได้ชะลอลงบ้างแล้ว แม้จะโตระดับเลข 2 หลักอยู่ก็ตาม แต่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะเป็นการขยายตัวตามทิศทางเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตดี ส่วนการออกแคมเปญปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% ธปท.ไม่ได้ห้าม เพียงแต่ต้องการให้ธนาคารเปิดเผยข้อมูลการคิดดอกเบี้ยให้โปร่งใสให้ประชาชนผู้กู้สามารถเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน