
ลุ้นค่าไฟฟ้ารอบหน้าไม่ปรับ
แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงขึ้นจากพม่าหยุดส่งก๊าซเหตุค่าบาทแข็งราคาก๊าซโลกทรงตัว
แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงขึ้นจากพม่าหยุดส่งก๊าซเหตุค่าบาทแข็งราคาก๊าซโลกทรงตัว
รัฐส่งสัญญาณ ค่าไฟรอบหน้า อาจไม่ปรับขึ้น แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่ม จากพม่าหยุดจ่ายก๊าซ
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยว่า ค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) ในรอบเดือน พ.ค.ส.ค. มีโอกาสที่จะไม่ขยับเพิ่มขึ้น หรือมีค่าเอฟทีเท่าเดิม ซึ่งเป็นผลจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทิศทางราคาก๊าซธรรมชาติทรงตัว ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงไม่เพิ่มขึ้น และปริมาณการใช้ไฟฟ้ายังไม่ใช่ปัจจัยลบที่จะผลักดันให้ค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ช่วงพม่าหยุดจ่ายก๊าซฯ และต้องนำเชื้อเพลิงอื่นมาผลิตไฟฟ้า ได้มีการคำนวณต้นทุนค่าไฟบวกไปในค่าเอฟทีงวดเดือน ม.ค.เม.ย. ไปแล้ว 1.70 สต./หน่วย และจะไปบวกเพิ่มในค่าเอฟทีรอบหน้าอีก 0.48 สต./หน่วย เท่านั้น
ปัจจุบันค่าเอฟทีรอบเดือน ม.ค.เม.ย. อยู่ที่ 52.04 สต./หน่วย เพิ่มขึ้นจากค่าเอฟทีงวดก่อน 4.04 สต./หน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานทำให้ค่าไฟฟ้าขณะนี้อยู่ที่ 3.76 บาท/หน่วย
นายเจน นำชัยศิริ รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หลังจากได้หารือกับสมาชิก ส.อ.ท.เกี่ยวกับการรับมือวิกฤตไฟฟ้าด้วยการปรับแผนการผลิตปรากฏว่า ทำให้วันที่ 5 เม.ย.มีกำลังไฟฟ้าสำรองไฟฟ้าเพิ่มเป็น 800 เมกะวัตต์ เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 500 เมกะวัตต์ โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับแผนของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น เหล็ก ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ และยานยนต์ เป็นต้น
คาดว่าในวันที่ 5 เม.ย.จะไม่มีปัญหาไฟตกหรือไฟดับเกิดขึ้น และแม้จะเริ่มมีความกังวลว่าปริมาณไฟฟ้าสำรองจะลดลงไปถึงวันที่ 910 เม.ย.นั้น แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เนื่องจากเป็นช่วงใกล้วันหยุดยาว ซึ่งบางอุตสาหกรรมก็เริ่มหยุดเดินเครื่องการผลิตไปแล้ว
นอกจากนี้ ปริมาณไฟฟ้าจะไม่ให้ปริมาณการผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน เม.ย.ลดลง เพราะปกติการผลิตในเดือน เม.ย. ปริมาณการผลิตจะน้อยกว่าทุกเดือนอยู่แล้ว เนื่องจากมีวันทำการที่น้อยกว่า
“ภาพรวมแล้วเรื่องกระแสไฟฟ้าไม่น่าจะมีปัญหา ขอเพียงให้หน่วยที่เป็นผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าผลิตให้ได้ตามแผนที่วางไว้ ส่วนยอดการใช้ไฟฟ้าวันที่910 เม.ย. ก็ไม่น่าต้องกังวลมาก เพราะโรงงานบางส่วนเริ่มหยุดแล้ว” นายเจน กล่าว
ด้านอากาศที่ร้อนทะลุกว่า 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้หลายจังหวัดภาคเหนือมียอดขายแอร์ติดตั้งในบ้านพุ่งถึง 2 เท่าตัว เช่น ที่ จ.ลำปาง ปีนี้อากาศร้อนทุบสถิติมียอดขายเดือนละ 100200 เครื่อง เช่นเดียวกับ จ.น่าน พิษณุโลก อุตรดิตถ์ที่มียอดสั่งซื้อแอร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ 100150 เครื่อง ยกเว้น จ.เชียงใหม่ ที่ยอดขายซบเซา ขายได้เพียงร้านละ 70 เครื่องต่อเดือน ต่ำกว่าปีที่ผ่านที่ขายได้ร้านละ 200 เครื่องต่อเดือน เพราะมีการลดภาษีแอร์ 3%
สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือยอดขายแอร์คึกคักไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา ลูกค้าแห่ซื้อไม่ขาดสาย จนร้านตัวแทนจำหน่ายแอร์ต้องสั่งเพิ่มสต๊อกอีกเท่าตัว โดยแอร์ราคาไม่เกิน 2 หมื่นบาท ได้รับความนิยมสูงสุด







