posttoday
ส่งออกแผ่ว เศรษฐกิจเสี่ยง

ส่งออกแผ่ว เศรษฐกิจเสี่ยง

03 เมษายน 2556

การส่งออกของไทยผ่านปีแรกมาแค่ 2 เดือน ก็ออกอาการส่อให้เห็น อาจจะเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การส่งออกของไทยผ่านปีแรกมาแค่ 2 เดือน ก็ออกอาการส่อให้เห็น อาจจะเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ ทำให้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงหลายด้านอยู่แล้ว มีปัญหาที่จะเข้ามากระทบมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าส่งออกของไทยเดือน ก.พ. 2556 ที่ผ่านมา ทรุดติดลบถึง 5.83% มีมูลค่า 1.79 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากที่เดือน ม.ค. 2556 ขยายตัวได้สดใส 16.09% มีมูลค่าส่งออก 1.82 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

การส่งออกเดือน ก.พ. 2556 ที่ติดลบ ยังเป็นการติดลบในรอบ 6 เดือน โดยสาเหตุยังเป็นเรื่องเดิม คือ เศรษฐกิจโลกยังอ่อนแอ ผสมโรงกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้การส่งออกของไทยเริ่มออกอาการไม่ดี

สัญญาณที่ไม่สู้ดีของการส่งออก ยังดูเหมือนไม่ใช่เป็นระยะสั้น เมื่อกระทรวงพาณิชย์เริ่มปรับประมาณการส่งออกใหม่จากที่คาดไว้เดิมว่าจะขยายตัวได้ 89% มีมูลค่าส่งออก 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงที่คาดการณ์ไว้มีแนวโน้มแย่ลง ทั้งเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน และยังมีความเสี่ยงค่าเงินบาทแข็งเข้ามาเพิ่ม ทำให้การส่งออกทำท่าจะไปไม่ถึงเป้า

การออกมาขยับตัวไว้ของกระทรวงพาณิชย์ ส่วนหนึ่งมีบทเรียนจากปี 2555 ที่ผ่านมา ที่มีการประมาณการส่งออกไว้ขยายตัวได้ 15% แต่เริ่มต้นการส่งออกของไทยติดลบมาตลอด แต่กระทรวงพาณิชย์ก็ยังยืนยันว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ 15% สวนทางกับประมาณการของสำนักวิจัยต่างๆ ที่คาดว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ 45% เท่านั้น

ซึ่งเมื่อผลออกมาจริง ก็พบว่าการส่งออกของไทยปีที่ผ่านมาขยายตัวได้ 4% เท่านั้น เป็นที่มาของวลีว่า รัฐบาลโกหกสีขาว บิดเบือนตัวเลขเศรษฐกิจเกินจริง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกับนักลงทุน สร้างผลกระทบความน่าเชื่อถือการบริหารงานของรัฐบาลไปใช่น้อย

เมื่อมีบทเรียนแสนเจ็บปวด กระทรวงพาณิชย์จึงไม่ต้องการพลาดซ้ำสอง พยายามที่จะสะท้อนการส่งออกมาให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

การส่งออกของไทยเป็นเครื่องยนต์สำคัญของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หากการส่งออกของไทยมีปัญหา เศรษฐกิจจะมีปัญหาเรื่องการขยายตัวทันที แม้ว่าปี 2555 ที่ผ่านมาการส่งออกขยายตัวได้น้อย แต่การขยายตัวเศรษฐกิจยังทำได้สูงถึง 6.4% เป็นเพราะภาครัฐอัดฉีดเงินจำนวนมากกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งผ่านการลงทุนและโครงการประชานิยม

สำหรับการส่งออกปี 2556 หากทรุดลงไม่ได้ตามเป้า ย่อมทำให้เศรษฐกิจไทยมีปัญหาการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยความเสี่ยงของการส่งออกของไทยปีนี้ยังมีทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ที่รุมเร้าและเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงภายนอกของการส่งออก ยังเป็นเรื่องของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แข็งแรง แม้ว่าเศรษฐกิจของสหรัฐที่เป็นคู่ค้าที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มดีขึ้น ขยายตัวได้ 23%

แต่การขยายตัวของเศรษฐกิจยังมีปัญหาขยายตัวได้ติดลบ และปัญหาหนี้เสียยังมีแนวโน้มขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้กระทบกับการส่งออกของไทยไปในตลาดนี้ในระยะยาว

ส่วนเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ก็ยังต้องกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งด้านการเงินการคลัง ทำให้การส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นทำได้ไม่เต็มที่

แม้แต่เศรษฐกิจประเทศจีนที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่ ก็ยังมีปัญหาขยายตัวได้ลดลง จากที่เคยขยายได้เกินกว่า 10% มาปัจจุบันขยายตัวได้น้อยกว่า 10% ย่อมทำให้การส่งออกของไทยไปตลาดจีนทำได้น้อยลงไปด้วย

เมื่อเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าส่งออกที่สำคัญยังไม่ฟื้นและยังมีปัญหา จึงกลายเป็นสาเหตุสำคัญของไทยทรุดติดลบเพียงแค่ผ่านปีใหม่มาได้แค่ 2 เดือนเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง เป็นปัจจัยลบผสมโรงเข้ามาอีก ทำให้กระทรวงพาณิชย์นั่งไม่ติด เพราะค่าเงินบาทแข็งไม่หยุด จะกระทบกับการส่งออกในเดือน มี.ค.นี้ ติดลบได้อีกง่ายๆ ส่งผลกระทบกับการส่งออกภาพรวมทั้งหมด

การส่งออกยังได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลเอง ในเรื่องการจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท ทำให้ราคาข้าวของไทยสูงกว่าประเทศอื่น ส่งออกไม่ได้ ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรอาการย่ำแย่ต่อเนื่องตาม โดยปีที่ผ่านมาการส่งออกข้าวของไทยก็ขยายตัวลดลงถึง 50% ทำให้ประเทศอินเดียและเวียดนามส่งออกข้าวได้เป็นอันดับ 1 และ 2 เขี่ยไทยตกจากที่ 1 มาอยู่ที่ 3

ขณะที่ข้าวไทยราคาแพง ส่งออกสู้เขาไม่ได้ ยางพาราที่เป็นสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญกลับสวนทางราคาตก ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกของไทยกระทบไปด้วย

ความเสี่ยงของการส่งออกที่เกิดขึ้น ทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องทำงานหนักเพื่อทำให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ หากรัฐบาลไม่ไฟเขียวให้ปรับเป้าลดลง ก็ต้องเร่งการขยายการส่งออกให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบเศรษฐกิจในภาพรวม แม้ว่ารัฐบาลยังมีแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจากการใช้จ่ายภาครัฐ ทั้งการทำงบประมาณขาดดุลหลายแสนล้านบาท ก็ออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มปีละ 1% แต่การเริ่มต้นปีแรกเงินเบิกจ่ายคงไม่มาก การจะหวังทำให้เศรษฐกิจโตเพิ่ม 1% จึงเป็นเรื่องยาก

นอกจากนี้ การผลักดันร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ก็ยังไม่ราบรื่น แม้ว่ารัฐบาลจะมั่นใจว่าผ่านสภาได้ทั้ง 3 วาระ แต่ทางฝ่ายค้านและ สว.ก็ยังมีแผนส่งร่างกฎหมายให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าเป็นการออกกฎหมายไม่ชอบ หากผลออกมาการออกกฎหมายชอบแล้ว ปัญหาก็จบไป

แต่ทว่า หากผลออกมาตรงข้าม เป็นการออกกฎหมายไม่ชอบ การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นโมฆะ รัฐบาลก็จะหมดสภาพไปด้วย เพราะถือว่าเป็นกฎหมายการเงิน ต้องแสดงความรับผิดขอบโดยการลาออก เศรษฐกิจไทยจะป่วยทันที

อย่างน้อยที่ประเมินกันว่า จะมีเงินอัดเข้ามาในระบบปีละ 3 แสนล้านบาท ในช่วง 7 ปีของการกู้เงิน ทำให้เศรษฐกิจโตได้เพิ่ม 1% ก็มลายหายไป

ขณะเดียวกันรัฐบาลที่หมดสภาพ ทำให้เศรษฐกิจเกิดสุญญากาศอย่างน้อยก็เป็นเดือน ทำให้เศรษฐกิจที่จะขยายตัวได้ดี ก็ขยายต่ำลงกว่าที่คาดไว้ในที่สุด

แม้ว่ากระทรวงการคลังจะปรับการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้จาก 5% มาเป็น 5.3% เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยดีขึ้น แต่การประเมินก็ไม่ได้ใส่ความเสี่ยงทางการเมือง ไม่ว่าจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท การแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ และการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ที่ล้วนสร้างความไม่แน่นอนกับรัฐบาล ซึ่งสุดท้ายก็กระทบเศรษฐกิจไทย

ดังนั้น การส่งออกที่ขยายตัวได้ลง จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะผู้ส่งออกได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากเศรษฐกิจโลก ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 การขึ้นค่าจ้าง 300 บาทของรัฐบาล และยังมามีค่าเงินบาทเพิ่มขึ้นอีก ทำให้การส่งออกกลายเป็นคนอมโรค ทำให้กำลังวังชาที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้โลดแล่นต้องหยุดชะงักลงกลางทาง ทำให้เศรษฐกิจไทยไปไม่ถึงเป้าได้เหมือนกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค