
กู้มาโกงโป่งตัวเลขก่อสร้าง
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท วันสุดท้ายวานนี้ มีความเข้มข้นไม่แพ้วันแรก
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท วันสุดท้ายวานนี้ มีความเข้มข้นไม่แพ้วันแรก
โดย...ทีมข่าวการเมือง
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท วันสุดท้ายวานนี้ มีความเข้มข้นไม่แพ้วันแรก โดยฝ่ายค้านได้อภิปรายถึงความไม่เหมาะสมในการกู้เงิน เพราะจะเพิ่มหนี้สาธารณะขึ้น และการกู้เงินดังกล่าวจะทำให้เกิดการทุจริต รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ไม่คุ้มการลงทุน
“กษิต ภิรมย์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ อภิปรายว่า ร่าง พ.ร.บ.กู้เงินผิดหลักการสมดุลของประเทศที่เน้นการพัฒนาพื้นฐานด้านคมนาคม เพราะต้องพัฒนาด้านสาธารณสุข ศึกษา เทคโนโลยีควบคู่กันไป และรัฐบาลควรหามาตรการไม่ต้องสร้างภาระหนี้ให้แก่เยาวชนรุ่นหลังต่อไปเป็นเวลาอีก 50 ปี
“ผมก็อยากจะขอร้องท่านนายกฯ ว่าท่านก็มีลูกเล็ก ไม่เห็นแก่ลูกๆ ของท่านและเพื่อนๆ หรือครับว่าเมื่อเด็กเกิดขึ้นมาก็มีภาระหนี้รออยู่แล้ว
...ถ้าเปรียบประเทศไทยเป็นปูก็ต้องมีขามากมายที่ต้องเชื่อมโยงชายแดนไทยทั่วสารทิศ แต่โครงการนี้เหมือนกับปูขากุดที่ไม่มีการเชื่อมโยง ไม่สามารถเป็นศูนย์กลางได้” กษิต ระบุ
ขณะที่ประเด็นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง “จุติ ไกรฤกษ์” สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ชำแหละอย่างมีนัยสำคัญว่า ในเอกสารที่ระบุว่า เส้นทาง กทม.-หนองคาย 620 ล้านบาทต่อกิโลเมตร กทม.หัวหิน 600 ล้านบาทต่อกิโลเมตร กทม.เชียงใหม่ 550 ล้านบาทต่อกิโลเมตร แต่ค่าก่อสร้างในประเทศอย่างสเปน เส้นทางกรุงมาดริด-อัลบาเซเต 380 ล้านบาทต่อกิโลเมตร
“ค่าแรงประเทศไทยวันละ 300 บาท แต่ค่าแรงในยุโรปวันละ 3,500 บาท น้ำดื่มในไทยขวดละ 7 บาท ต่างประเทศขวดละ 35 บาท กาแฟในไทยแก้วละ 10 บาท ยุโรปแก้วละ 60 บาท โดยกำลังจะมาบอกว่าไทยมีค่าแรงถูกกว่ายุโรป แต่ค่าก่อสร้างของเราแพงกว่ายุโรปถึง2เท่าตัว นี่คือเหตุผลที่บอกว่ากลัวจะกู้มาโกง โป่งตัวเลขค่าก่อสร้าง” สส.พิษณุโลก กล่าว
ไม่เพียงเท่านี้ จุติ ตั้งข้อสังเกตอีกว่า ค่าใช้จ่ายของที่ปรึกษาโครงการนี้จะสูงเกินจริง เพราะในสหรัฐอเมริกามูลค่าโครงการ 2 แสนล้านบาท แต่มีค่าที่ปรึกษา 120 ล้านบาท ถ้าเทียบของไทยทำไมในเส้นทาง กทม.-เชียงใหม่ กลับมีค่าที่ปรึกษาสูงถึง 7,000 ล้านบาท
“ผมจึงไม่มีความไว้วางใจกระทรวงการคลังว่าจะบริหารหนี้สาธารณะให้ไม่เกิน 50% หลังจากกู้เงินได้ เพราะรัฐมนตรีเคยพูดโกหกสีขาวเรื่องตัวเลขการส่งออกมาแล้ว” จุติ กล่าว
อีกประเด็นที่มีการอภิปรายกันมาก คือ การไม่เสนอรายละเอียดโครงการก่อสร้างลงในบัญชีแนบท้ายของ พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยประเด็นนี้ “วราเทพ รัตนากร” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า เพราะทางปฏิบัติการนำรายละเอียดบรรจุลงในบัญชีแนบท้ายไม่สามารถทำได้ เนื่องจากทุกรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยทำ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการก่อสร้างจะปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต แม้ว่าร่างกฎหมายกู้เงินจะไม่ได้ระบุให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุก็ตาม
ขณะที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ขอเรียกร้องในจุดยืนเดิมว่าต้องการให้รัฐบาลนำโครงการก่อสร้างทั้งหมดไปอยู่ในบัญชีแนบท้ายของกฎหมาย เพื่อเป็นการยืนยันว่าในอนาคตจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงการโดยไม่มีเหตุผล พร้อมกับระบุในร่าง พ.ร.บ.กู้เงินให้ชัดว่าการดำเนินการจะต้องปฏิบัติตามระเบียบพัสดุ ป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต
นอกเหนือไปจากการอภิปรายในประเด็นหลักข้างต้นแล้ว ยังมีเหตุการณ์ตอบโต้วิวาทะอย่างดุเดือดระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลด้วยถึงขั้นประกาศเดิมพันตำแหน่งกันกลางสภา สืบเนื่องมาจากการอภิปรายของ “รังสิมา รอดรัศมี” สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งระบุว่าโครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำใน จ.ร้อยเอ็ด มูลค่า 48 ล้านบาท ที่ได้รับจากเงินกู้ 1.2 แสนล้านบาท ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความผิดปกติเพราะการก่อสร้างเป็นไปอย่างล่าช้า
โดย “ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข” รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ตอบโต้ว่า “อย่าพูดมั่วๆ เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น เพราะโครงการนี้เป็นงบผูกพันปี 2555-2557 หากคุณพูดผิดจะลาออกจากตำแหน่ง สส.หรือไม่ หากผมพูดไม่จริงจะลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี”
เสร็จสิ้นการอภิปรายอันยาวนานกว่า 30 ชั่วโมง ในที่สุดสภาก็มีเสียงข้างมากรับหลักการในวาระที่ 1 พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ เพื่อพิจารณาในรายละเอียดต่อไป ซึ่ง “อำนวย คลังผา” ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ระบุว่า กมธ.จะใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 45 วัน จากนั้นจะนำเข้าสภาในวาระ 2 ช่วงการประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ที่จะเปิดช่วงเดือน พ.ค. ก่อนส่งให้ทางวุฒิสภาพิจารณาต่อไป
ด้าน “วิรัตน์ กัลยาศิริ” สส.สงขลา และคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พ.ร.บ.หรือไม่นั้น ต้องรอให้ถึงขั้นตอนผ่านไปจนวุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แต่ขณะนี้พบว่ามีหลายจุดที่เห็นว่าน่าจะขัดรัฐธรรมนูญ







