posttoday
"เบี้ยรถ" สุดอั้น จ่อคิวขยับถ้วนหน้า

"เบี้ยรถ" สุดอั้น จ่อคิวขยับถ้วนหน้า

28 มีนาคม 2556

ประกาศนำร่องอย่างเป็นทางการไปแล้วสำหรับบริษัท สินมั่นคงประกันภัย ยักษ์ใหญ่เบอร์สองด้านประกันภัยรถยนต์ของเมืองไทย

โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ


ประกาศนำร่องอย่างเป็นทางการไปแล้วสำหรับบริษัท สินมั่นคงประกันภัย ยักษ์ใหญ่เบอร์สองด้านประกันภัยรถยนต์ของเมืองไทย เมื่อไม่สามารถทนแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อไปได้อีก จนในที่สุดต้องขอขึ้นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ไปอีกอย่างน้อย 5% และรถบรรทุกขนาดใหญ่อย่างน้อยอีก 20%

เมื่อปัจจุบันต้นทุนค่าสินไหมต่อเบี้ยประกันของรถเก๋งของสินมั่นคงได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 70-77% เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 61.4% ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้สินมั่นคงอยู่นิ่งไม่ไหวและยอมรับความจริงกับลูกค้าว่า ต้องขอปรับขึ้นค่าเบี้ยแล้วนะครับ

ไม่เช่นนั้นขาดทุนแหงๆ เพราะค่าสินไหมที่เพิ่มขึ้นนั้น ยังไม่รวมกับค่าคอมมิชชัน และค่าบริหารจัดการภายในอีกส่วนหนึ่ง

ความจริงไม่ใช่แต่เฉพาะสินมั่นคงเพียงบริษัทเดียวเท่านั้น ที่ประกาศขึ้นค่าเบี้ยประกัน แต่ก็มีอีกหลายบริษัทที่เริ่มทยอยปรับขึ้นไปแล้วบ้างเช่นกัน มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันตามรุ่น ตามประเภท และความเสี่ยงภัยของรถที่เกิดขึ้น ซึ่งแต่ละบริษัทต่างก็มีปัญหามาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อม ค่าอะไหล่ หรือแม้แต่ค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุก็ทยอยปรับขึ้นมาตลอด อยู่ที่ว่าใครจะแบกรับต้นทุนไว้ได้นานกว่ากัน

สำหรับกลุ่มรถยนต์ที่มีปัญหาค่าสินไหมมากที่สุดตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้นกลุ่มซิตีคาร์ที่ออกมาวิ่งบนท้องถนนเต็มไปหมดในขณะนี้ ซึ่งก็เป็นผลมาจากโครงการรถคันแรกของรัฐบาลที่ได้กระตุ้นความอยากได้ของประชาชนก่อนเวลาอันควร โดยไม่ได้สนใจว่าจะสร้างปัญหาอะไรตามมาบ้าง

แม้ว่าต้องวิ่งไปเอาเงินจากโครงการอื่นที่มีประโยชน์มากกว่ามาโปะให้กับโครงการรถคันแรกเพื่อคืนสิทธิภาษี 1 แสนบาทให้ผู้ซื้อรถก็ตาม

โดยเฉพาะกลุ่มซิตีคาร์ สำหรับบริษัทประกันภัย จัดได้ว่าเป็นกลุ่มรถที่มีความเสี่ยงและมีค่าสินไหมที่สูงเป็นอันดับต้นๆ มากกว่ากลุ่มรถประเภทอื่น ขณะที่ค่าเบี้ยประกันที่เก็บได้นั้นเฉลี่ยก็อยู่ระดับหมื่นกลางๆ เมื่อเทียบกับมูลค่ารถที่เฉลี่ยอยู่ที่ 6-7 แสนบาท ทำให้เวลาเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ด้วยความที่เป็นรถขนาดเล็ก ความเสียหายของตัวรถที่เกิดขึ้นก็ย่อมรุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย จึงเห็นได้ว่ามีบางบริษัทประกันที่ปฏิเสธที่จะรับทำประกันให้กับกลุ่มซิตีคาร์ หรือถ้าจะรับประกันไว้ก็ต้องคิดค่าเบี้ยที่สอดคล้องกับความเป็นจริงไว้ก่อน

กฤตวิทย์ ศรีพสุธา กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท วิริยะประกันภัย เบอร์หนึ่งด้านประกันภัยรถยนต์ กล่าวว่า ขณะนี้ต้นทุนในการดำเนินงานของวิริยะเองก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งกรณีของค่าแรงวันละ 300 บาท เงินเฟ้อและค่าใช้จ่ายสำนักงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงยอดสินไหมต่อครั้งที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะต้องปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในบางรุ่นในช่วงครึ่งหลังปี 2557

แต่ในขณะนี้ วิริยะแก้ปัญหาด้วยการรณรงค์ลดการเกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการปรับเพิ่มขึ้นเบี้ยออกไปให้นานเท่าที่จะเป็นไปได้

ดังนั้น หลังจากนี้เชื่อว่ารถป้ายแดงที่กำลังจะทยอยออกมาใหม่ หรือรถที่กำลังจะต่ออายุประกันในปีนี้ ก็คงไม่ได้ค่าเบี้ยในราคาต่ำอีกต่อไป

เมื่อความจริงเริ่มปรากฏให้เห็นแล้วว่า การแข่งขันด้านราคาโดยไม่ได้พิจารณาตามความเป็นจริง ย่อมส่งผลให้เกิดผลขาดทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะบริษัทที่ไม่ได้มีสายป่านยาวมากนัก ก็ต้องได้รับผลกระทบเร็วกว่าบริษัทอื่น

การกลับมาคิดค่าเบี้ยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่แท้จริงจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด แม้ว่าอาจจะขัดใจและทำให้ลูกค้าบางส่วนที่รับไม่ได้หนีหายไปบ้างก็ตาม

แต่สุดท้ายแล้ว เพื่อความอยู่รอดของบริษัทประกันเอง ก็คงหนีไม่พ้นต้องขึ้นค่าเบี้ยประกันไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย ดีกว่าแข่งกันไป...เจ๊ง แล้วทิ้งให้ผู้บริโภคต้องมารับกรรมเองภายหลัง

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา