
บางเรื่องน่าคิด
มีผู้รู้เล่าให้ฟังเรื่องการสู้รบระหว่างฝรั่งเศสกับแอลจีเรียถึงความโหดร้าย ไม่เพียงแต่ทางการแสดงออก
มีผู้รู้เล่าให้ฟังเรื่องการสู้รบระหว่างฝรั่งเศสกับแอลจีเรียถึงความโหดร้าย ไม่เพียงแต่ทางการแสดงออก
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
มีผู้รู้เล่าให้ฟังเรื่องการสู้รบระหว่างฝรั่งเศสกับแอลจีเรียถึงความโหดร้าย ไม่เพียงแต่ทางการแสดงออก แต่เริ่มต้นตั้งแต่ความคิด ซึ่งมีนัยที่น่าจะศึกษา โดยเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาความแตกต่างในลักษณะที่อาจจะเทียบเคียงกันได้กับความสัมพันธ์ฝรั่งเศสกับแอลจีเรีย
ความตอนหนึ่งจากจดหมายของนายพันโทมอนทาแยก ที่เขียนไปถึงเพื่อนเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ปี ค.ศ. 1843 ความประมาณว่า “บรรดาประชากรทั้งหลายที่ไม่ยอมรับเงื่อนไขของพวกเราจะต้องถูกตีชิง ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องถูกยึด ทำลายล้าง โดยไม่เลือกอายุ หรือเพศ หญ้าจะต้องไม่ขึ้นอีกต่อไปในถิ่นที่ทหารฝรั่งเศสได้เหยียบย่ำไป ใครต้องการจุดจบ ต้องการวิถีทาง ไม่ว่าบรรดาผู้ใจบุญสุนทานทั้งหลายของเราจะว่าอย่างไร
ตัวฉันเองขอเตือนบรรดาทหารทั้งหลายที่ฉันได้รับเกียรติในการเป็นผู้นำว่า หากพวกเขานำมาสู่ฉันซึ่งชาวอาหรับที่ยังมีชีวิตอยู่ ฉันจะใช้ดาบปลายปืนตบหน้าพวกเขา นี่คือหนทางที่เราจะต้องก่อสงครามต่อพวกอาหรับ ฆ่าชายทุกคนที่มีอายุกว่าสิบห้าปี นำเอาผู้หญิงและเด็กของพวกมันไป เอาพวกมันขึ้นเรือ ส่งพวกมันไปยังเกาะ Marquesas หรือที่อื่น โดยใช้คำๆ เดียว คือ บดขยี้บรรดาผู้คนทั้งหลายที่ไม่ยอมคลานใต้เท้าพวกเราเยี่ยงสุนัข”
ในทิศทางเดียวกัน Alexis de Tocqueville ผู้มีชื่อเสียงในทางปรัชญาการเมือง ประกาศเมื่อปี ค.ศ. 1841 ว่า “สงครามในแอฟริกาเป็นวิทยาศาสตร์ ทุกคนคุ้นเคยกับกฎของมัน และทุกคนสามารถจะนำกฎเหล่านั้นมาใช้ได้ โดยไม่ต้องสงสัยถึงความสำเร็จ การทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของจอมพล Bugeaud ต่อประเทศของท่าน คือ เผยแพร่ทำให้สมบูรณ์แบบและทำให้ทุกคนตระหนักถึงวิทยาศาสตร์ใหม่นี้
ในฝรั่งเศสมีคนบอกว่าเราจะต้องเผาทำลายพืชไร่และยุ้งฉางของพวกมัน และจับกุมชาย หญิง และเด็กที่ไม่มีอาวุธ นี่เป็นสถานการณ์ที่โชคร้าย แต่เราต้องยอมรับในการก่อสงครามกับพวกอาหรับเช่นกัน ทุกวิธีทำลายล้างต้องถูกนำมาใช้ ผมคิดว่ากฎแห่งการทำสงครามทำให้เราสามารถที่จะทำลายล้างประเทศพวกมันและพวกเราจะต้องทำ ไม่ว่าจะโดยการทำลายพืชไร่ในช่วงเวลาเก็บเกี่ยวหรือในทุกเวลาที่ทำได้ โดยการล้างผลาญอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่าการจู่โจม เพื่อเข้าครอบครองผู้คน หรือฝูงสัตว์”
วันนี้อาจจะมาถูกทางที่ไม่ใช้วิธีที่รุนแรงต่อสถานการณ์บางประการ แต่อีกฝ่ายอาจจะยังมองว่ายังมีความรุนแรงต่อพวกเขาอยู่ หากไม่ทำความเข้าใจกับผู้ก่อการที่แท้จริงได้ ประเด็นความคิดในลักษณะที่ชาวฝรั่งเศสมีต่อบรรดาคนอาหรับก็อาจจะเกิดขึ้นต่อผู้คนในบ้านเมืองเรา







