
พท.เมินฝ่ายค้านยื่นตีความกู้2.2ล้านล้าน
โฆษกพรรคเพื่อไทย เมินฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ พ.ร.บ. เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบ. ยันไม่ขัดเจตนารมณ์ของ รธน.
โฆษกพรรคเพื่อไทย เมินฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ พ.ร.บ. เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบ. ยันไม่ขัดเจตนารมณ์ของ รธน.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องรัฐบาลให้ทบทวนการออกพ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาทและเตรียมให้ฝ่ายกฎหมายยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความว่า ถ้านายอภิสิทธิ์เห็นด้วยก็คงจะเป็นเรื่องแปลก พระอาทิตย์คงจะขึ้นทางทิศตะวันตก โครงการของรัฐบาลดีอย่างไรก็คงจะค้านตั้งแต่ไก่โห่
ตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลมีโอกาสทำงาน 2 ปีครึ่ง มีนโยบายในการกู้เงินเหมือนกันในโครงการไทยเข้มแข็ง แต่ก็เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมแล้วว่าประเทศไม่ได้เข้มแข็งเหมือนกับชื่อโครงการ อาทิ โครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 สถานีที่ส่อว่าน่าจะมีการทุจริต ถูกประจานผลงานโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ที่รับเรื่องร้องเรียนไว้พิจารณาแล้ว ก่อนที่จะไปตรวจสอบคนอื่นนั้นควรที่จะตรวจสอบตัวเองก่อน นายอภิสิทธิ์เคยเข้มงวดกับการทุจริตในโครงการไทยเข้มแข็งหรือไม่
“การที่รัฐบาลออกพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทในครั้งนี้ เป็นการใช้กระบวนการรัฐสภาเสนอให้ออกเป็นพ.ร.บ.ไม่ใช่ พ.ร.ก. ดังนั้นข้ออ้างที่ว่ารัฐบาลอาจจะขัดเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญเพราะต้องอยู่ในภาวะวิกฤตหรือจำเป็นเร่งด่วนนั้น จะเข้าข่ายก็ต่อเมื่อออกเป็น พ.ร.ก.แต่รัฐบาลจะออกเป็นพ.ร.บ. อยากถามว่านายอภิสิทธิ์ซึ่งเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นแกล้งโง่หรือว่าโง่จริงกันแน่ ที่จะยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นแค่เกมการเมืองเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ค้านแบบไม่สร้างสรรค์ ค้านทุกเรื่อง ยืนยันว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย อาทิ กระทรวงการคลังหรือรัฐบาล ได้พิจารณาถึงความเหมาะสมเป็นอย่างดีแล้ว เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไม่ได้ซุกหนี้อย่างที่นายอภิสิทธิ์กล่าวหา และอยากเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ อย่างสร้างสรรค์ อย่าให้เข้าลักษณะมือไม่พายแล้วเอาเท้าราน้ำ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว







