
หัสวุฒิแฉกลุ่มเสียอำนาจจ้องยุบศาลปกครอง
ประธานศาลปกครอง แถลงครบรอบ 12 ปี เผย ประชาชน 92.6% ยังเชื่อมั่นการทำงาน แฉมีคนกลุ่มเสียอำนาจจ้องยุบ
ประธานศาลปกครอง แถลงครบรอบ 12 ปี เผย ประชาชน 92.6% ยังเชื่อมั่นการทำงาน แฉมีคนกลุ่มเสียอำนาจจ้องยุบ
เวลา 10.00 น. ที่สำนักศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยะกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด แถลงพอใจผลการดำเนินการงานของศาลปกครองในรอบปี 2555 แม้จะมีจำนวนคดีที่เข้าสู่ศาลปกครองมากที่สุดนับแต่เปิดทำการมา 12 ปี คือมีคดีเข้ารับ 11,635 คดี แต่ก็เป็นปีที่สามารถสะสางคดีคงค้างได้สูงสุดเช่นเดียวกัน โดยมีคดีแล้วเสร็จ 9,208 คดี ซึ่งคดีที่เข้าสู่ศาลปกครองมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือคดีที่เกี่ยวกับการควบคุมอาคาร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 2,753 คดี คดีที่เกี่ยวกับการบริหารบุคคลวินัยจำนวน 1,689 คดี และคดีที่เกี่ยวกับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จำนวน 1,662 คดี ส่วนแผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีคดีเข้าสู่การพิจารณา 2173 ส่วนมากเป็นคดีในแผนกคดีสิ่งแวดล้อมของศาลปกครองสงขลาจำนวน 1450 คดี ซึ่งหน่วยงานทางปกครองระดับกระทรวงที่ถูกฟ้องคดีมากที่สุด 5 ลำดับแรกได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตามตลอด 12 ปีที่ศาลปกครองเปิดทำการมามีคดีเข้าสู่การพิจารณาทั้งสิ้น 81,904 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 64,553 คดี
นายหัสวุฒิ กล่าวว่า ได้ประกาศให้ปี 2556 เป็นปีแห่งการพัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชนและการสื่อสารสาธารณะ มีเป้าหมายยกระดับมาตรฐานและลดขั้นตอนการปฏิบัติงานด้านการให้การบริหารประชาชน โดยมีการพัฒนาระบบการตรวจติดตามคดีให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของคดีได้ง่ายขึ้น กำหนดกรอบเวลาในการพิจารณาคดีเพื่อเร่งรัดให้ตุลาการพิจารณาคดีที่คั่งค้างให้เสร็จเร็วขึ้น โดยเฉพาะคดีคงค้างในปี 52 จะต้องแล้วเสร็จ มีการสร้างระบบติดตามคดีสำคัญคดีพิเศษ เพื่อให้ผู้บริหารสำนักงานฯสามารถเร่งรัดการทำคดีของตุลาการได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่ได้เป็นการแทรกแซงการใช้ดุลยพินิจพิจารณาคดีขององค์คณะ ตุลาการ หรือทำให้คุณภาพของคำวินิจฉัยลดทอนลง รวมถึงในช่วงไตรมาสที่ 2ของปีจะมีการจัดศาลปกครองพบหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อพูดคุยถึงแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐที่แม้ศาลปกครองจะมีคำพิพากษาไปแล้ว แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังเกิดขึ้นซ้ำซาก เพื่อทำความเข้าใจในการปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้องคดีอีก
ประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า นอกจากนี้ศาลฯยังได้มีการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ศึกษากฎหมายของประเทศเพื่อนบ้าน และมีแผนที่จะทบทวน ปรับปรุงวิธีพิจารณาคดี เพื่อรองรับกรณีหน่วยงานของรัฐอาจมีข้อพิพาทกับกลุ่มทุนระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน รวมถึงมีความคิดริเริ่มจะให้มีการตั้งสมาคมศาลปกครองอาเซียน ที่น่าจะเป็นผลดีกับทุกประเทศหากทำสำเร็จ
“ศาลปกครองแม้เพิ่งจะตั้งมาครบ 12 ปี แต่คิดว่าผลงานเป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างมาก โดยจากการผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มาใช้บริการศาลปกครองในปี 55 พบว่าร้อยละ 92.6 ประชาชนมีความเชื่อมั่น และศรัทธาศาลปกครองมากขึ้นกว่าปี 54 ที่อยู่ที่ร้อยละ 91 แต่ก็ยังมีบุคคลบางคนบางกลุ่มไม่ต้องการให้ศาลปกครองดำรงอยู่ จะด้วยเหตุผลใดเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูด บอกได้เพียงกว้างๆ ว่า เป็นความต้องการขอคนที่มีอำนาจในทางการเมือง และต้องการใช้อำนาจนั้นอย่างไม่ตรงไปตรงมา และกลุ่มที่เสียอำนาจ ซึ่งความคิดนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการพูดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมคิดว่า การมีศาลปกครอง กับการไม่มี หรือแปลงสภาพไปเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งในศาลยุติธรรม ไม่น่าจะเป็นผลดีกับความเชื่อมั่นของประชาชนและต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่เรากำลังจะก้าวไปเป็นประชาคมอาเซียน เพราะศาลปกครองเป็นหลักประกันความมั่นคงต่างๆ และการมีศาลปกครองก็เป็นกันชนให้กับฝ่ายบริหาร ฝ่ายปกครอง มากกว่าจะไปขัดขวางการบริหารงานภาครัฐอย่างที่เข้าใจกัน”
นายหัสวุฒิ กล่าวต่อว่า ขอฝากสื่อถามนักการเมืองที่จะคิดจะยุบหรือแปลงสภาพศาลปกครองว่ามีเหตุผลอะไรถึงอยากทำเช่นนั้น และถ้ายุบหรือแปลงสภาพแล้ว ปัญหาข้อพิพาททางปกครองหมดไปหรือไม่ หากไม่หมดไปแล้วไปรวมแต่บอกว่ายังให้อิสระในการพิจารณาเหมือนเดิม จะยุบไปรวมเพื่ออะไร หลายคนคิดว่าศาลปกครองมีอำนาจมาก แต่จริงๆ แล้วถ้าไม่มีการฟ้องคดี ศาลฯทำอะไรไม่ได้เลย ซึ่งการจะยุบหรือแปลงสภาพ อยากให้เป็นเรื่องของประชาชน ถ้าประชาชนและสื่อมองว่าไม่มีประโยชน์ควรอยู่ก็เป็นไปตามนั้น มันไม่ได้อยู่ที่ศาลฯ เราไม่ได้มีความอยากอะไรทั้งสิ้น







