
ฉายภาพ 3 ขบวนการ ตัวหลักพูดคุยสันติภาพ
กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพชายแดนภาคใต้กำลังเริ่มต้น จุดหมายของความสำเร็จนั้นยังอยู่อีกห่างไกล
กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพชายแดนภาคใต้กำลังเริ่มต้น จุดหมายของความสำเร็จนั้นยังอยู่อีกห่างไกล
อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง อดีตนักวิชาการ มอ.ปัตตานี ในฐานะผู้ประสานงานโครงการ Peace Talk สถาบันพระปกเกล้า มองว่า นอกเหนือจากขบวนการบีอาร์เอ็น ที่รัฐบาลไทยร่วมลงนามข้อตกลงพูดคุยด้วยแล้ว ยังมีกลุ่มต่อสู้อีกหลายกลุ่ม ที่รัฐไทยจำเป็นต้องเชิญเข้ามาร่วมกระบวนการสันติภาพนี้
จากประสบการณ์กว่า 20 ปีของ อาจารย์สมบูรณ์ ในการเป็นผู้ร่วมแสวงหาทางออกปัญหาชายแดนภาคใต้โดยสันติวิธี โดยเข้าร่วมในคณะทำงานพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มต่อสู้เพื่อปัตตานี มาตั้งแต่ พ.ศ. 2535 สมัยที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นรองนายกรัฐมนตรี แม้เปลี่ยนรัฐบาล แต่ก็ยังร่วมในการแสวงหาหนทางสันติกับกลุ่มต่อสู้ต่างๆ ตลอดมา กระทั่งในปี 2552 เข้าร่วมเป็นผู้ประสานงานโครงการ Peace Talk ของสถาบันพระปกเกล้า
การฉายให้เห็นกลุ่มต่างๆ ที่อยู่ในวังวนต่อสู้กับรัฐไทย ช่วยให้เกิดความเข้าใจต่อกระบวนการสันติภาพ ที่กำลังตั้งต้นอยู่ในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี
อาจารย์สมบูรณ์เริ่มฉายภาพให้เห็นว่า กลุ่มต่อสู้กับรัฐไทยที่ยังคงมีอิทธิพลใหญ่ๆ แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มแรก คือ บีอาร์เอ็น ซึ่งจากการได้พบกับแกนนำระดับคุมกำลังของบีอาร์เอ็น ยืนยันว่า บีอาร์เอ็นไม่เคยแตกออกเป็นกลุ่มต่างๆ ดังเช่นที่หน่วยงานความมั่นคงของไทยเข้าใจ การที่อ้างว่า บีอาร์เอ็นโคออดิเนต เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความไม่สงบ เป็นความเข้าใจไปเองของรัฐบาลไทย
“จุดเด่นที่สุดของขบวนการบีอาร์เอ็น คือ มีระบบโครงสร้างองค์กรที่เข้มแข็ง ซึ่งรัฐบาลไทย และแม้กระทั่งผมซึ่งติดต่อพูดคุยกับเขามาแล้วหลายครั้งก็ยังเข้าไม่ถึง แต่ผมเชื่อว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นจะไม่ใช้คนอย่างสะเปะสะปะ กรณีของฮาซัน ตอยิบ ที่มาเป็นผู้ร่วมพูดคุยสันติภาพกับตัวแทนรัฐบาลไทย ถือว่าเป็นผู้ได้รับฉันทานุมัติจากขบวนการมาแล้ว ดังนั้นน่าจะหวังผลในทางที่ดีได้”
กลุ่มที่สอง คือ พูโล หลัง “ตนกูบีรอ กอตอนีลอ” ผู้ก่อตั้งและประธานพูโล เสียชีวิตที่ประเทศซีเรียในปี 2551 แกนนำพูโล 3 คนก็ช่วงชิงตำแหน่งประธาน ประกอบด้วย อับดุลเราะมาน ซึ่งอยู่ในประเทศมาเลเซีย กัสตูรี มะโกตาร์ ฝ่ายต่างประเทศของพูโลซึ่งอยู่ในสวีเดน และซัมซูดิง คาน อดีตรองประธานพูโล ซึ่งอยู่ในสวีเดน
ที่ประชุมสมาชิกพูโลตัดสินใจเลือกอับดุลเราะมาน ซึ่งถือว่ามีอาวุโสสูงสุดเป็นประธาน ทำให้ซัมซูดิงซึ่งตนกูบีรอ วางใจและมอบหมายให้สืบทอดตำแหน่งประธานคนต่อไปไม่พอใจ
หลังจากได้ตัวประธานคนใหม่ อับดุลเราะมานไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก เป็นโอกาสให้กัสตูรีซึ่งเคยเข้าร่วมการพูดคุยสันติภาพมาแล้วหลายครั้ง ใช้โอกาสเปิดตัวผ่านสื่อตะวันตกหลายครั้ง ทำให้อับดุลเราะมาน ประกาศปลดกัสตูรีออกจากตำแหน่งฝ่ายการต่างประเทศและโฆษกพูโล กัสตูรีจึงฉวยโอกาสสถาปนาตัวเองเป็นประธานพูโล
“แต่ผู้ที่มีบทบาทมากที่สุดในพูโล คือซัมซูดิง ในฐานะผู้สืบทอดโดยตรงจากตนกูบีรอ และทุกกลุ่มทั้งพูโลและบีอาร์เอ็นยอมรับ เพียงแต่เขาไม่เคยปรากฏตัวผ่านสื่อ ซึ่งการพูดคุยที่กำลังเริ่มขึ้นนี้เขากำลังดูท่าทีต่อไปของรัฐบาลอยู่”
ส่วนกลุ่มที่สาม คือ กลุ่มผู้อาวุโส ซึ่งเคยเข้าร่วมในกลุ่มต่อสู้ต่างๆ แม้วันนี้จะไม่มีบทบาทใดๆ แล้ว แต่ก็ยังถูกมองว่ามีอิทธิพลอยู่
อาจารย์สมบูรณ์มองว่า ข้อห่วงใยต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพ คือความเข้าใจของทุกฝ่าย หากจะหวังให้เดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่องและได้ผล รัฐบาลจะต้องชี้แจงให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะคนในพื้นที่ได้เข้าใจว่าจะเดินแบบไหน มีวิธีการอย่างไร
“เป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ และยืนยันถึงความจริงจัง ความเชื่อมั่นต่อวิธีการนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เพราะการเดินโดยหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพียงลำพังอาจล้มเหลว จึงต้องให้ภาคประชาสังคม หรือสถาบันระดับอุดมศึกษา นักวิชาการเข้ามามีส่วนร่วมด้วย”







