
ชงรัฐขยายเช่าที่ดินเป็น60ปี
เอกชนเชื่อช่วยลดนอมินีต่างชาติยึดรองรับการแข่งขันหลังเปิดเออีซี
เอกชนเชื่อช่วยลดนอมินีต่างชาติยึดรองรับการแข่งขันหลังเปิดเออีซี
เอกชนเดินหน้า ขอรัฐขยายเวลาเช่าที่ดิน 30 ปี เป็น 60 ปี หวังดึงลงทุนลดปัญหานอมินี หลังเปิดเออีซี
นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า จะร่วมกับสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย ทำหนังสือถึงนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เพื่อเสนอความเห็นในการขยายระยะเวลาเช่าที่ดินจาก 30 ปี เป็น 60 ปี เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ทั้งนี้ เมื่อมีการเปิดเออีซีจะมีการเชื่อมโยงกันในเรื่องของการอยู่อาศัยในอาเซียนเข้าด้วยกัน ซึ่งทางภาคเอกชนไม่ต้องการให้เกิดปัญหานอมินีของต่างชาติที่จะเข้ามาซื้อที่ดินหรือที่อยู่อาศัยในประเทศ จึงเห็นว่าการขยายระยะเวลาเช่าที่ดิน 30 ปี เป็น 60 ปี จะช่วยสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัย หรือการลงทุนของต่างชาติได้ และจะทำให้ลดปัญหาการถือครองที่ดินของต่างชาติผ่านนอมินีได้
ประกอบกับประเทศในอาเซียนล้วนมีการปรับหลักเกณฑ์การเช่าหรือถือครองที่ดินเพื่อเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน หากไทยไม่มีการปรับหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้สอดรับการเปิดเออีซีจะทำให้เสียโอกาสในการแข่งขันกับประเทศในอาเซียนได้ โดยในปลายเดือนนี้จะมีการประชุมเพื่อทำหนังสือเป็นความเห็นส่งถึงรัฐบาล รวมทั้งจะรวบรวมความเห็นของหอการค้าไทยและหอการค้าต่างประเทศที่มีการผลักดันในเรื่องนี้เช่นเดียวกันเข้าไปด้วย ซึ่งจะต้องหารือร่วมกันอีกครั้ง
ด้าน นายมานพ พงศทัต อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศในอาเซียนล้วนให้สิทธิในการเช่าที่ดินที่มากกว่าไทย ไม่ว่าจะเป็น ลาว เขมร ที่ให้สิทธิการเช่า 60 ปี ขณะที่พม่าให้สิทธิเช่าตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ไทยจึงควรขยายการเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี ถึงจะแข่งขันหลังเปิดเออีซีได้ เพราะระยะเวลาเช่า 30 ปี ถือว่าไม่คุ้มหากเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ นอกจากนี้การขยายเวลาเช่าออกไปจะช่วยลดปัญหาต่างชาติใช้นอมินีถือครองที่ดินได้
“การขอขยายเวลาเช่าที่ดิน ยังมีเสียงค้านจากหน่วยงานรัฐที่กลัวว่าจะทำให้ต่างชาติมายึดครองที่ดิน แต่ถ้าไม่ขยายเวลาเช่าเพิ่ม เขาก็ใช้นอมินีในการถือครองที่ดินอยู่แล้ว” นายมานพ กล่าว
สำหรับความเคลื่อนไหวของภาคเอกชนในการขอขยายเวลาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปีครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการสัมมนาใหญ่ประจำปีที่นายกิตติรัตน์มาเป็นประธานการประชุม จึงได้มีการหารือกันด้วยวาจา ซึ่งนายกิตติรัตน์ได้รับข้อเสนอไป โดยให้ภาคเอกชนสรุปเป็นข้อคิดเห็นและชี้แจงถึงเหตุผลที่ต้องขยายเวลาเช่า รวมถึงประเด็นที่จะต้องแก้ไขในกฎหมาย เพื่อส่งข้อมูลทั้งหมดให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป







