posttoday
กลุ่มแบ่งแยกดินแดน

กลุ่มแบ่งแยกดินแดน

02 มีนาคม 2556

ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ มีรากเหง้ามาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เรียกว่า “หัวเมืองมลายู”

ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ มีรากเหง้ามาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เรียกว่า “หัวเมืองมลายู”

ต่อมาต้นกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ทรงให้เดินทัพไปตีหัวเมืองปัตตานี แล้วแยกเป็น 7 หัวเมือง คือ 1.เมืองปัตตานี 2.เมืองยะหริ่ง 3.เมืองหนองจิก 4.เมืองสายบุรี 5.เมืองยะลา 6.เมืองรามัน และ 7.เมืองระแงะ โดยแต่งตั้งให้ข้าราชการไทยไปปกครอง เป็นจุดเริ่มต้นความไม่พอใจของ ตวนกูราบิดิน เจ้าเมืองปัตตานี ในขณะนั้น (สืบเชื้อสายสุลต่านปัตตานี)

ขบวนการแบ่งแยกดินแดนได้ถือกำเนิดโดยอดีตเจ้าผู้ครองนคร โดยคนแรกที่ตั้งตัวเป็นกบฏคือ พระยาวิชิตภักดี (อับดุลกอเดร) เจ้าผู้ครองนครปัตตานีคนสุดท้าย ซึ่งได้ต่อต้านรัฐบาลไทยเมื่อปี พ.ศ. 2444 ต่อมาถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ขบวนการโจรก่อการร้าย”

ขบวนการแบ่งแยกดินแดนมาจาก 2 สาย สายแรก สืบทอดอุดมการณ์การต่อสู้ทางการเมือง จากเครือญาติสายเจ้าเมืองปัตตานีองค์สุดท้ายและเจ้าเมืองของหัวเมืองอีก 6 เมืองที่สูญเสียอำนาจ สายที่ 2 สืบทอดอุดมการณ์จากกลุ่มลูกหลานชาวปัตตานี ผสมกับอุดมการณ์ทางด้านศาสนา และได้มีการพัฒนาเรื่อยมา ได้แก่

1.แนวร่วมกู้เอกราชแห่งชาติปัตตานี (ปัจจุบันยุติบทบาทแล้ว)

2.แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (บีอาร์เอ็น)

3.กลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต

4.องค์การปลดแอกแห่งชาติปัตตานี (พูโล)

5.กลุ่มโจรมูจาฮีดีนอิสลาม ปัตตานี

6.แนวร่วมเพื่อเอกราชปัตตานี (เบอร์ซาตู)

ปัจจุบันกลุ่มที่มีศักยภาพมากที่สุดคือ บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ซึ่งพัฒนามาจากกลุ่มบีอาร์เอ็น มีกองกำลังติดอาวุธ “อาร์เคเค” เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วโจมตีเป้าหมาย เพื่อให้มวลชนที่ถูกปลูกฝังแนวคิดแบ่งแยกดินแดน ขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐไทย

ดังนั้น การลงนามเจรจาสันติภาพกับ ฮาซัน ตอยิบ จึงเป็นเพียงแค่การเจรจากับแกนนำด้านอุดมการณ์เท่านั้น ไม่ใช่ผู้ควบคุมสั่งการกลุ่มอาร์เคเคที่ก่อเหตุรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้