
อาหารน้ำมันดันเงินเฟ้อก.พ.พุ่ง
อาหาร-น้ำมันแพง ดันเงินเฟ้อ ก.พ. พุ่ง 3.23% พาณิชย์เชื่อเอาอยู่ ทั้งปีอยู่ในกรอบ 2.8-3.4%
อาหาร-น้ำมันแพง ดันเงินเฟ้อ ก.พ. พุ่ง 3.23% พาณิชย์เชื่อเอาอยู่ ทั้งปีอยู่ในกรอบ 2.8-3.4%
กระทรวงพาณิชย์ปรับปีฐานดัชนีราคาผู้บริโภคจากปีฐาน 2550 เป็นปีฐาน 2554 โดยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน ก.พ. 2556 เท่ากับ 104.66 สูงขึ้น 0.21% จากเดือนก่อนหน้า และสูงขึ้น 3.23% จากเดือนเดียวกันปีก่อน โดยสูงขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง เทียบกับเดือน ม.ค. 2556 ที่สูงขึ้น 3.39% และเงินเฟ้อเฉลี่ยเดือน ม.ค.-ก.พ. 2556 สูงขึ้น 3.3%
สาเหตุที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น 3.23% เป็นผลจากดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 4.06% โดยสินค้าสำคัญที่ราคาแพงขึ้น เช่น เนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ 4.62% ไข่และผลิตภัณฑ์นม 2.9% ผลไม้สด 17.92% ผักสด 3.93% อาหารปรุงสำเร็จ 2.61% เป็นต้น
ขณะที่ดัชนีหมวดไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มเพิ่ม 2.61% สินค้าสำคัญราคาแพงขึ้น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง 6.53% ค่าเช่าบ้าน 3.3% บุหรี่ สุรา ไวน์ เบียร์ 7.59% เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องแต่งกาย 0.96%
นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ภาวะเงินเฟ้อในระดับนี้ถือว่าปกติ ไม่น่ากังวล เนื่องจากไม่มีปัจจัยที่จะกระทบทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นทั้งราคาน้ำมันและสถานการณ์ภัยแล้ง
“เงินเฟ้อ 2 เดือนสูงขึ้น 3.3% ถือว่าอยู่ระดับเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อด้านราคาสินค้าไม่ได้สูงขึ้นมากนัก เป็นไปตามนโยบายการดูแลราคาสินค้าและพลังงานของภาครัฐ” นางวัชรี กล่าว
กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2556 ไว้ที่ระดับ 2.8-3.4% ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบ 100-120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 28.5-32.5 บาท/เหรียญสหรัฐ และรัฐบาลยังคงมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน เช่น รถโดยสารสาธารณะฟรี รถไฟฟรี
สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศเดือน ก.พ. 2556 (เงินเฟ้อพื้นฐาน) หักสินค้ากลุ่มอาหารสดและกลุ่มพลังงาน เท่ากับ 102.88 สูงขึ้น 1.57% เทียบกับเดือน ก.พ. 2555 และสูงขึ้น 0.09% เทียบกับเดือน ม.ค. 2556 ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐาน 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) 2556 สูงขึ้น 1.58% จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา
ที่ตลาดสดพาเจริญ เขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ผู้จำหน่ายมะนาวในตลาดทั้งรายใหญ่และรายย่อย ได้ปรับราคามะนาวขึ้นจากเดิมกว่า 20% หลังจากเข้าช่วงหน้าแล้ง โดยมีแนวโน้มว่า อาจปรับขึ้นไปสูงถึงลูกละ 5-7 บาท ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า







