
รัฐบาลเชิญญี่ปุ่นร่วมประชุมลงทุนโครงการทวาย
รัฐบาลญี่ปุ่นส่งตัวแทนร่วมประชุม JCC วันที่ 69 มี.ค.นี้ ร่วมขับเคลื่อนโครงการทวาย
รัฐบาลญี่ปุ่นส่งตัวแทนร่วมประชุม JCC วันที่ 69 มี.ค.นี้ ร่วมขับเคลื่อนโครงการทวาย
คณะกรรมการประสานงานระหว่างไทยเมียนมาร์เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง หรือ JCC มีกำหนดประชุมร่วมกันในวันที่ 69 มี.ค.นี้ ที่พัทยา จ.ชลบุรี และเป็นครั้งแรกที่จะมีตัวแทนจากรัฐบาลญี่ปุ่นเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย และเมื่อได้ข้อสรุปจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการระดับสูง (JHC) ปลายเดือน มี.ค.นี้
น.ส.พจณี อรรถโรจน์ภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนพัฒนาพื้นที่ (สพท.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า การประชุม JCC วันที่ 69 มี.ค.นี้ จะมีตัวแทนจากรัฐบาลญี่ปุ่นเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย เพราะโครงการนี้เป็นความร่วมมือ 3 ชาติ คือ ไทย เมียนมาร์ และญี่ปุ่น
ขณะที่หัวข้อการประชุม JCC รัฐบาลไทยและเมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับความคืบหน้ากรอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง การหารือประเด็นในข้อกฎหมายและกฎระเบียบในการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งรัฐบาลเมียนมาร์ต้องแก้กฎระเบียบหลายฉบับที่จะจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย
พร้อมกันนั้น จะหารือรูปแบบการตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) และสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนหรือรัฐบาลของแต่ละประเทศ เพื่อเป็นองค์กรและกลไกในการขับเคลื่อนโครงการทวาย
น.ส.พจณี ระบุว่า การเกิดขึ้นของเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของ จ.กาญจนบุรี และประเทศไทยโดยรวม โดยระยะแรก จ.กาญจนบุรี จะเป็นแหล่งที่ตั้งของธุรกิจบริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ และเมื่อนิคมอุตสาหกรรมทวายพัฒนาขึ้น จ.กาญจนบุรี จะยกระดับเป็นเมืองอุตสาหกรรม เช่น การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะประธานร่วม JCC กล่าวว่า การประชุม JCC ครั้งที่ 3 จะเป็นการหารือถึงประเด็นการทำงานร่วมกันของอนุกรรมการฯ 6 ชุด เพื่อสรุปแนวทางการทำงานโดยคาดว่าในการประชุมฯครั้งนี้ทั้งสองประเทศจะได้ข้อสรุปในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการทวายฯได้ไม่น้อยกว่า 90%
“จะนำผลการประชุมทั้งหมดเสนอให้กับคณะกรรมการร่วมระดับสูง (JHC) และจะมีการลงนามข้อตกลงเพิ่มเติมที่สำคัญระหว่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีของเมียนมาร์ในเดือน เม.ย.นี้”นายนิวัฒน์ธำรงกล่าว
นายนิวัฒน์ธำรง ระบุว่า ทั้งสองประเทศศึกษาการลงทุนในทวายอย่างต่อเนื่อง โดยการศึกษาความคุ้มค่าของโครงการ เพียงโครงการใดไม่คุ้มค่าก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนและหารูปแบบที่เหมาะสม ส่วนเงื่อนไขและรูปแบบการลงทุนนั้น รัฐบาลไทยเตรียมพร้อมที่จะเสนอรูปแบบความเป็นไปได้ และเปิดให้ต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนโครงการนี้
“โครงการทวายเป็นโครงการใหญ่ การลงทุนร่วมกันอาจไม่ได้เป็นแค่ 3 ประเทศ คือไทย เมียนมาร์ และญี่ปุ่นเท่านั้น ในอนาคตอาจมีชาติอื่นๆเข้ามาร่วมลงทุนมากขึ้นอีกก็ได้”นายนิวัฒน์ธำรงระบุ
กิตติ ลิ่มสกุล คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ปรึกษาโครงการทวายฝ่ายไทย ระบุว่า การเกิดขึ้นของเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนไทยเมียนมาร์อย่างน้อย 3 แห่ง เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด และเขตเศรษฐกิจพิเศษท่าขี้เหล็กเชียงราย ทำให้มีความต้องการแรงงานมากกว่า 1 ล้านคน







